จับตา “ดัง วาน ลัม” มือกาว “กิเลนผยอง” อาจอยู่ ไม่ครบปี!!!
DST.News Report : หนึ่งในนักเตะกิเลนผยอง ที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด แม้บอลจะพักยาว คือ “ดัง วาน ลัม” มือกาวทีมชาติเวียดนาม ของ ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด
ที่เกมลีกสองนัดหลังสุด ต้องติดสนับก้นเป็นตัวสำรองของ สมพร ยศ มือกาวชาวไทย ที่เก็บคลีนชีตได้ทั้ง 2 นัด ทั้งในเกมกับ ระยอง เอฟซี และ ชลบุรี เอฟซี
ประจวบกับข่าวที่ว่า แผนแต่เดิมของ วาน ลัม เอง คือหวังใช้ “เมืองทอง ยูไนเต็ด” เป็นสำนักฝึกวิชาก่อนจะก้าวไปในลีกที่ใหญ่กว่า “ไทยลีก” หากมีข้อเสนอจากทีมที่ใหญ่กว่าเข้ามา
ก่อนหน้านี้ ปี 2019 “วาน ลัม” หลังย้ายมาจาก ไฮฟ่อง ด้วยค่าตัว 500,000 ดอลลาร์(ประมาณ 15 ล้านบาท)
แต่การตัดสินใจย้ายมาเล่นในประเทศไทยของมือกาวลูกครึ่งรัสเซียคนนี้ในปีแรกนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย เมื่อ “กิเลนผยอง” เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งการปล่อยนักเตะตัวหลักออกไปหลายราย โดยเฉพาะในแผงหลัง
จุดที่เห็นชัดๆคือ แบ็คทั้ง 2 ข้าง หลังพวกเขาปล่อยทั้ง ตริสตอง โด และ “เจ้าบาส” พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา ไปให้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รวมทั้งการปล่อยตัว “นาโออากิ อาโอยามะ” เซนเตอร์ ตัวหลักของทีมอีกด้วย
นอกจากนี้ การย้ายเข้ามาเพื่อเป็นตัวตายตัวแทน ของ “เจ้าตอง” กวิน ธรรมสัจจานันท์ มือกาวระดับตำนานทำให้เจ้าตัว แบกความคาดหวังสูงกว่าชาวบ้านชาววช่องหลายเท่าตัว

ประกอบกับการจูนกันใหม่ของนักเตะที่ไม่คุ้นเคยทำให้ต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยเหมือนกันกว่าที่ พวกเขาจะกลับมาฟอร์มอยู่กับร่องกับรอยได้ ในยุค อเล็กซานเดอร์ กาม่า
โดยก่อนหน้าที่กาม่าจะมาคุม พวกเขาต้องสังเวยโค้ชไปถึง 2 คน นั่นคือ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก และ “อาห์น จุง วาน” โค้ชอิมพอร์ตจากเกาหลีใต้ ผู้มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับน้องน้องขวัญใจชาวไทยอย่าง “สแตมป์ อภิวัชร์”
10 เกมแรกของฤดุกาลที่ผ่านมา พวกเขาเก็บชัยได้เพียง 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ไปถึง 7 นัดซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดวิสัย มหาอำนาจบอลไทย อย่างเมืองทอง ยูไนเต็ดอยู่ไม่น้อย
ก่อนจะมาเร่งเครื่องช่วงกลางฤดูกาลเมื่อได้ กาม่า มาคุมทีมจนเร่งเข้าป้ายอันดับ 6 ได้ ทั้งที่ช่วงต้นฤดูกาล พวกเขาอาการหนักถึงขนาดที่ว่าไปนอนหายใจพะงาบอยู่ที่โซนตกชั้นมาแล้ว
ปีที่แล้ว “กิเลนผยอง” เสียไป 42 ประตูในไทยลีก จะว่าเยอะก็คงไม่ แต่ถ้าสวมหัวโขน กิเลนผยอง ไปด้วยแล้ว จำนวนประตูที่เสียไปก็ถือว่าเยอะอยู่
โดย “วาน ลัม” ลงสนามในไทยลีกไปทั้งหมด 27 นัด เอฟเอ คัพ 3 นัด และ ลีกคัพอีก 1 นัด รวมทั้งหมด 31 นัด เก็บคลีนชีท ทั้งสิ้น 8 นัด แบ่งเป็น 7 นัดในไทยลีก และ 1 นัด ใน เอฟเอ คัพ
ซึ่งบางเกมอาจจะมีหลุดฟอร์มบ้าง แต่ก็เข้าใจได้จากปัญหาหลักๆที่มาจากการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม
แต่สิ่งที่ติดตาแฟนบอลไทยที่สุดคือ ยามที่เจ้าตัวเฝ้าเสาให้ทีมชาติเวียดนาม ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา โดยเฉพาะเกมที่ต้องห้ำหั่นกับทีมชาติไทยทั้งเหย้า-เยือน
“วาน ลัม” แสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอจะยืนเป็นด่านสุดท้ายให้กับ “เบอร์ 1 อาเซียน” ยุคปัจจุบัน อย่างไร้ข้อกังขา จากหลายลูกเซฟสวยๆที่ทำเอาแฟนบอลชาวไทยบ่นเสียดายกันเป็นแถบ

อย่างไรก็ตาม น่าสนใจไม่น้อยที่กระแสข่าว การย้ายทีม ดันมาเกิดขึ้นในช่วงไวรัส โควิด-19 ระบาด เพราะวงการฟุตบอลแทบทั่วทั้งโลก หยุดการแข่งขันหมด
จะมีก็เพียงบางประเทศ อย่าง สวีเดน หรือระดับลีกล่างของรัสเซีย ที่เปิดเกมฟาดแข้ง
ดังนั้น กับกระแสข่าวบอกว่า ต้นสังกัดพิจารณา ปล่อยตัวหากมีข้อเสนอเข้ามาก็เป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นเพียงการ “โยนหินถามทาง” เท่านั้น
นาทีนี้เชื่อเถอะว่า แฟนบอล “กิเลนผยอง” คงไม่ได้เสียใจมากนักหาก มือกาวทีมชาติเวียดนาม ย้ายออกไป เพราะบทบาทของ “สมพร ยศ” ที่เซฟลูกโหม่งจ่อๆ ของ “ไคออน” ในเกมกับ ชลบุรี เอฟซี ก่อนที่ไทยลีก จะต้องปิดหนี ไวรัส โควิด-19.
______________
ขอบคุณภาพ สโมรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
By ใบไม้ห้าแฉก
ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th
