• Home
  • News
  • “เส้นทางสูงสุดสู่สามัญ” ของ อดีตเด็กระเบิด “อนาวิน จูจีน”

“เส้นทางสูงสุดสู่สามัญ” ของ อดีตเด็กระเบิด “อนาวิน จูจีน”

By on January 15, 2020 0 3063 Views

DST.Report : หากให้เอ่ยชื่อถึงนักเตะประเภทที่ครั้งหนึ่ง เคยถูกขนานนามว่าเป็น “เด็กระเบิด” หรือ “วันเดอร์คิด” ในวงการฟุตบอลไทย ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ร้อยทั้งร้อย ต้องมีชื่อของ “อนาวิน จูจีน” ปรากฎอยู่ในสารบบอย่างไร้ข้อกังขา

จากวีรกรรมกระฉ่อนโลก ในวัย 18 ปี ที่เจ้าตัวได้โอกาสไปร่วมแข่งขันรายการ “เป็ปซี่ เวิลด์ ชาลเลนจ์” ร่วมกับ “วิสูตร บุญเป็ง” เด็กระเบิดรุ่นเดียวกันเมื่อปี 2548 ซึ่งเป็นรายการที่รวมนักเยาวชนมากพรสวรรค์จากทั่วโลก มาร่วมกันเพื่อหาผู้ชนะเพียงแค่ทีมเดียว

ก่อนคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศในรายการดังกล่าว เมื่อต้องยิงจุดโทษตัดสินในสนาม “ซานซิโร่” หรือ ที่เรียกอีกชื่อว่า “จูเซปเป้ เมอัซซ่า” รังเหย้าของสองยักษ์ใหญ่เมืองมิลาน

แม้ในรายการนั้น “เจ้าเอ็ม” และคู่หู จะไม่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศกลับมายังแผ่นดินสยามได้ แต่ในการแข่งขันๆ เป็นคู่ โดยเฉพาะบอล “โกล์รูหนู” แบบ 2-2

ทั้ง 2 คน พิสูจน์ให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่า หากพูดถึงเรื่องทักษะฟุตบอลเพียงอย่างเดียวนักฟุตบอล เยาวชนไทย ไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทั้ง 2 คน ยังมีโอกาสกระทบไหล่เหล่านักเตะระดับโลก ทั้ง เธียร์รี่ อองรี เดวิด เบ็คแฮม หรือแม้กระทั่ง โรนัลดินโญ่ อีกด้วย

จากนั้นเส้นทางลูกหนังของเจ้าเอ็มก็เดินหน้าตามเส้นทางที่ควรจะเป็น แม้จะไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชาติไทยได้ก็ตาม แต่ในระดับสโมสรเจ้าตัวยังคงรักษาระดับการเล่นไว้ได้อย่างไม่เคาะเขิน ต่างกับดูโอ้อย่าง “วิสูตร” ที่ชื่อเสียงค่อยๆหายไปตามกาลเวลา

สำหรับเส้นทางการค้าแข้งของ “เจ้าเอ็ม”นั้น เริ่มที่ธนาคารกรุงไทย สู่บางกอกกล๊าส เอฟซี ก่อนจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตการค้าแข้งกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายไปอยู่กับสุพรรณบุรี และ พีทีที ระยอง เป็นทีมล่าสุด

โดยนับแต่เริ่มการค้าแข้ง เจ้าตัวสามารถค้วาถ้วยรางวัลน้อย-ใหญ่ ได้ถึง 17 ใบ 3 ในนั้นคือ แชมป์ไทยลีก ที่คว้าร่วมกับปราสาทสายฟ้า โดยเจ้าตัวลงเล่นในไทยลีกไปกว่า 250 นัด

ในส่วนของตำแหน่งการเล่น เจ้าตัวสร้างชื่อขึ้นมาในตำแหน่งปีกขวา ก่อนจะถูกขยับลงไปเล่นแบ็คขวากับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม สาเหตุหนึ่งที่เจ้าตัวไปไม่สุดในวงการฟุตบอลอาชีพ อาจจะเป็นเพราะการปรับย้ายตำแหน่งการเล่นไปมาด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่าจะย้ายมาเล่นตำแหน่งแบ็คขวาแล้ว ผลงานก็ยังอยู่ในระดับทรงๆ ความชั่วไม่มี ความดีปรากฎนิดหน่อยเท่านั้น

จนสุดท้ายก็โดน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แบ็ครูปหล่อแย่งตำแหน่งไปในที่สุด ในระดับทีมชาติ เจ้าตัวติดทีมชาติมาตั้งแต่ชุด U-20 4 นัด U-23 8 นัด และทีมชาติชุดใหญ่อีก 5 นัดจนถึงปี 2557

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลงานด้านฟุตบอลแล้ว ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลา เจ้าตัวยังมีโอกาสในวงการบันเทิง ทั้งการแสดงมิวสิควีดีโอ “รักฉันเท่าที่เธอจะรักได้” ของ พลพลในมิวสิควิดีโอเพลง “Now” ของ ศิลปิน แดน บีม และ เพลง “ใจโซโซ” ของศิลปินวงไอน้ำ แห่งค่ายเพลง อาร์เอส รวมทั้งละครวัยรุ่นยอดฮิตอย่างน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์อีกด้วย

ล่าสุดปรากฎภาพเจ้าตัวในวัย 32 ปี สวมเสื้อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ในศึกไทยลีก 3 ลงอุ่นเครื่องกับ เชียงใหม่ เอฟซี หลังจากอดีตต้นสังกัดอย่างพลังเพลิง โดนยุบ

ส่งผลให้บรรดานักเตะต้องกระซ่านกระเซ็นไปคนละทิศละทาง

ไม่ว่าแฟนบอลไทยจะขีดเส้นความสำเร็จของเขาไว้อย่างไร แต่รับรองว่าจะไม่มีใครลืมวีรกรรมของเจ้าตัว ที่ได้ไปพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”.

____________

ขอบคุณภาพ สโมสรบีจี, พีทีที ระยอง
By ใบไม้ห้าแฉก

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

  News
Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *