• Home
  • News
  • “เดอะ แร็บบิต” แพ็คให้แน่น เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

“เดอะ แร็บบิต” แพ็คให้แน่น เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

By on November 23, 2019 0 952 Views

DST.News : เชื่อว่าแฟนบอล “เดอะ แร็บบิต” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังคงจำความรู้สึกในวันสุดท้ายของไทยลีก 1 ฤดูกาล 2017 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในตอนนั้นทีมยังคงอยู่ในคราบ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ต้องร่วงตกชั้นอย่างเจ็บแสบ

หลัง ชัยนาท ฮอร์นบิล บุกไปชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ขณะที่พวกเขาเอง เปิดบ้านแพ้ นครราชสีมา มาสดา เอฟซี ไปด้วยสกอร์ 1-2 ส่งผลให้พวกเขาต้องตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ขณะที่ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร กับการที่พวกเขากลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ด้วยผลงานที่โดดเด่นเหนือกว่าทีมอื่นชัดเจนตั้งแต่ต้นฤดูกาล

และยึดตำแหน่งจ่าฝูงยาวแบบม้วนเดียวจบ เก็บชัย 24 นัด เสมอ 6 นัด และแพ้ 4 นัด เก็บ 78 แต้ม ยิงไป 76 ประตู เสียเพียง 24 ซึ่งเป็นสถิติที่เหนือกว่าทีมหัวตารางทีมอื่นอยู่ประมาณสองเสาไฟฟ้า

ภายใต้การนำของ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน อดีตกองหลังทีมชาติไทย ที่เข้ามาคุมทีมเป็นปีแรก หลังปีก่อนหน้าบรรลุภารกิจส่ง “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตราด เอฟซี ขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

ซึ่ง “โค้ชโอ่ง” เอง ไม่ได้มาตัวเปล่า แต่เอาลูกศิษย์อย่าง “บารอส ทาร์เดลลี่” กองหน้าฝีตีนคม ติดสอยห้อยตามมาด้วย ซึ่งอดีตนักฟุตซอลคนนี้ ทำให้แฟนๆลืมขวัญใจคนเก่าอย่าง อาเรียล โรดิเกซ ไปจนหมดสิ้น

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา “ทาร์เดลลี่” แสดงให้เห็นแล้วว่าในระดับลีกรอง เขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีก เมื่อเจ้าตัวกดไปอีก 18 ประตู รั้งตำแหน่งรองดาวซัลโว ตามหลัง “ติอาโก้ ชูลาป้า” กองหน้าร่างใหญ่ ของระยอง เอฟซี เพียง 1 ประตู

ทั้งที่ฤดูกาล 2018 ทาร์เดลลี่ เพิ่งเป็นกำลังสำคัญของ “ช้างเกาะจ้าวเกาะ” เลื่อนชั้นพร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโซที่ 19 ประตู ซึ่งในปีหน้าแฟนๆจะได้เห็นเจ้าตัวล่าตะข่ายกับทีมต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล

เช่นเดียวกับ “โตติ” เพลย์เมคเกอร์สแปนิชตัวหลักของทีม และ “กัปตันเก่ง” สุรชาติ สารีพิมพ์ ในวัย 33 ปี ที่ได้รับการต่อสัญญากับทีมต่อไป ส่วนอื่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย

หาใช่การยกเครื่องแล้วต้องไปวัดดวงกันในภายภาคหน้าอย่างที่บางทีมเคยทำ ในส่วนของกองหลังนั้น วัดจากการขุมกำลังตอนนี้ สามารถพูดได้เต็มปากว่า พวกเขามีกองหลังโดยเฉพาะเซ็นเตอร์แบ็ค ดีที่สุดในไทยลีก

“อิรฟาน ฟานดี้” เซ็นเตอร์แบ็คดีกรีทีมชาติ สิงคโปร์ ยืนหนึ่งมาจากไทยลีก 2 เมื่อผนวกกับบรรดาตัวใหม่ที่พวกเขาเสริมเข้ามา ทั้ง “อัลวาโร ซิลบา” หนุ่มฝรั่งสัญญาติตากาล็อก จากสุพรรณบุรี เอฟซี “สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว” อดีตลูกหม้อของทีม และของหนักอย่าง “วิคเตอร์ คาร์โดโซ่” ที่ได้รับอานิสงส์ จากการพักทีมของ “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ที่เรียกได้ว่าเป็นหนุ่งในกองหลังที่ครบเครื่องที่สุดในไทยลีก

ทั้ง ลูกกลางอากาศ ความเร็ว การอ่านเกม และที่สำคัญคือ ภาวะผู้นำ ในการบัญชาการแผงแบ็คโฟร์

ภายใต้มันสมองของ “โค้ชโอ่ง” การจัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่ทีมอื่นยังคงปรับโน่น ปรับนี่อยู่นั้น ย่อมเป็นข้อได้เปรียบของพวกเขา ในขณะที่บางทีมเพิ่มจะได้ตัวโค้ชใหม่ หรือบางทีมยังคงไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะอยู่กุมบังเหียนต่อไป แต่ “เดอะ แร็บบิต” จัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว

และเรียกได้ว่ามีความพร้อมในการฟาดฟันกับเสือสิงห์กระทิงแรดในฤดูกาลหน้า ก่อนเพื่อน จะเป็นส่วนสำคัญในการ เรียกชื่อเสียงเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง

โดยมีบทเรียนกจากฤดูกาลที่พวกเขากระเด็นตกชั้นเป็นเครื่องเตือนใจ ว่า ต่อให้คุณมีขุมกำลังที่ดี แต่ขาดการเตรียมพร้อม ในสังเวียนไทยลีก….อะไรก็เกิดขึ้นได้

แม้คุณจะเป็นทีมชั้นนำ ก็ไม่ได้การันตีว่าจะรอดตกชั้นแต่อย่างใด.

___________

ขอบคุณภาพ สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
By ใบไม้ห้าแฉก

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

  News
Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *