• Home
  • Special Report
  • 2 ‘ยักษ์ใหญ่’ ที่ดำดิ่งสู่ ‘ไทยลีก 3’ ขึ้นสุด – เกือบลงสุด แค่ไม่กี่ขวบปี

2 ‘ยักษ์ใหญ่’ ที่ดำดิ่งสู่ ‘ไทยลีก 3’ ขึ้นสุด – เกือบลงสุด แค่ไม่กี่ขวบปี

By on November 22, 2019 0 3165 Views

DST.Special Report : เราอาจเคยสัมผัสเรื่องราวการไต่เต้าของทีมที่เริ่มนับหนึ่งจาก “ลีกล่างสุด” กระทั่งมายืนอยู่บน “ลีกสูงสุด” มามาก ทั้งที่แบบเลื่อนชั้น “ปีต่อปี” หรือใช้เวลายาวนานกว่านั้น

และหลายๆ ครั้งก็ทำให้หลงลืมไปว่า ในทางกลับกันมีอีกจำนวนไม่น้อย ที่วิ่งสวนเลนลงไปใน “ลีกล่าง”

ซึ่งการตกชั้น – เลื่อนชั้น เป็นวัฏจักรธรรมดาในฟุตบอลแบบ “ลีกอาชีพ”

และการขึ้น – ลง ระหว่างไทยลีก 1 กับไทยลีก 2 ก็ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาในวงการฟุตบอลทั่วโลก

เพียงแต่ว่า การชะลูดลงจากลีกสูงสุดไปจนเกือบถึงลีกล่างสุดในเวลาไม่กี่ปี มัน “น่าใจหาย”

นับตั้งแต่มีการปรับโครงสร้างลีกอย่างเป็นทางการเมื่อสิบปีก่อน มีหลายทีมที่อยู่ในลีกสูงสุดล้มหายตายจากไปจำนวนไม่น้อย

หลายทีมถูกเทคโอเวอร์ เปลี่ยนชื่อแซ่จนไม่รู้ว่า มีรากเหง้ามาจากไหน หลายทีมตัดสินใจยุติส่งเข้าแข่งขัน ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง

ถ้าไม่นับนครปฐม ยูไนเต็ด, ขอนแก่น ยูไนเต็ด, สมุทรสงคราม เอฟซี ที่ต้องคืนสู่สามัญ กลับไปนับหนึ่งใหม่ในไทยลีก 4 ด้วยบทลงโทษ

หรือถ้าไม่นับบรรดาพวกที่เปลี่ยนผู้บริหาร หรือขายสิทธิ์ไป แล้วไปทำทีมตกชั้นจนจมถึงไทยลีก 4

พบว่า “อุบล ยูเอ็มที” และ “ราชนาวี” คือ 2 ทีม ที่หล่นเร็วมากกว่า 1 ดิวิชั่น ในรอบไม่กี่ปี

ทั้ง 2 ทีม ต่างเคยก้าวขึ้นมาเล่นบนไทยลีก 1 ก่อนจะล่วงหล่นลงไปไทยลีก 2 และสถานะล่าสุดของทั้งคู่คือ “ไทยลีก 3”

อยู่ต่ำที่สุด หากนับเฉพาะเหล่าบรรดาทีมที่เคยเล่นลีกสูงสุดในประเทศ

“ราชนาวี” ถือเป็นทีมฟุตบอลในประเทศที่เก่าแก่ ขึ้น – ลง ระหว่างลีกรองกับลีกสูงสุดอยู่เป็นประจำ

นี่เป็นช่วงขาลงที่สุดของ “ทัพตะหานน้ำ” นับตั้งแต่ฤดูกาล 2552 ที่ได้สิทธิกลับมาแข่งขันในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก จากการทำผลงานได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1 (ไทยลีก 2 ปัจจุบัน)

โดยครั้งนั้น “ราชนาวี” ได้ร่วมทุนกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในชื่อ “ราชนาวี-ระยอง” พร้อมกับฉายา “ม้านิลมังกร” ที่คุ้นหูคอฟุตบอล และนักเตะที่แฟนบอลจดจำมาถึงวันนี้ นาม “สมเจตน์ สัตบุตร”

ในฤดูกาล 2554 หลังหมดสัญญากับระยอง กองทัพเรือได้นำทีมกลับมาทำเอง โดยใช้สนาม กม.5 สัตหีบเป็นรังเหย้า ในฉายาใหม่ “ตะหานน้ำ” แต่ก็ร่วงไปเล่นในไทยลีกดิวิชัน 1 อีกครั้ง

ฤดูกาล 2558 พวกเขากลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง หลังจากได้อันดับ 3 ในไทยลีกดิวิชั่น 1 2557

กระทั่งในฤดูกาล 2561 ทุกอย่างดูจะไม่สู้ดี และถอยลงเรื่อยๆ พวกเขาต้องตกชั้นไปเล่นไทยลีก 2 เมื่ออยู่ในอันดับ 16 ของตาราง

และไม่มีใครคิดว่า เพียงขวบปีเดียว นอกจากจะคัมแบ็กลีกสูงสุดไม่ได้ แต่ต้องร่วงไปถึง “ไทยลีก 3”

เช่นเดียวกับ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อตั้งทีม เมื่อปี 2558 โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น จังหวัดอุบลราชธานี หรือ “UMT”

“เทพอินทรี” เริ่มต้นก้าวแรกด้วยการเป็นแชมป์ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ทำให้ได้เลื่อนขึ้นสู่ไทยลีกดิวิชั่น 1 ในปี 2559 ก่อนจะได้ตำแหน่งรองแชมป์ และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ ไทยลีก 2560

เป็นการไต่จาก “ล่างสุด” สู่ “จุดสูงสุด” ในเวลา เพียงแค่ 2 ฤดูกาล

ทว่า ทุกอย่างที่ดูเหมือนจะโสภา กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม พวกเขาประสบปัญหาการบริหารจัดการ และเงินลงทุน

แฟนบอลเลือนหาย ผลงานทีมถอยหลัง นักเตะคนสำคัญถูกปล่อยเพื่อประคองลมหายใจ สุดท้ายก็ดำดิ่งสู่ไทยลีก 2 เมื่อปีก่อน

และจบลงแบบเดียวกับ “ราชนาวี” คือ ต้องเล่นในไทยลีก 3 ฤดูกาลหน้า

ทุกหมดที่พรรณนามาก เพียงแค่จะเอ่ยว่า มันน่าใจหายจริงๆ

___________

เรียบเรียงโดย : วนิลลาสกาย

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *