• Home
  • Exclusive
  • “นักเตะตัวแถม สู่กำลังหลักของทีม”ชีวิตที่พลิกผันของ “นัท”กฤษณนน ศรีสุวรรณ

“นักเตะตัวแถม สู่กำลังหลักของทีม”ชีวิตที่พลิกผันของ “นัท”กฤษณนน ศรีสุวรรณ

By on October 2, 2019 0 1177 Views

DST.Exclusive : เล้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากนักเตะตัวแถมที่สามารถพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมระดับลีกสูงสุดของไทยจะขาดไม่ได้ ซึ่งวันนี้ DailysoccerThailand มีบทสัมภาษณ์ของ “เจ้านัท”กฤษณนน ศรีสุวรรณ กับการเจาะลึกชีวิตก่อนที่จะก้าวมาเป็นหนึ่งในนักเตะชั้นนำของไทยลีกมาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

เจ้านัท” เล่าให้เราฟังว่า ตัวเองเกิดที่ดินแดนปลายด้ามขวาน “ปัตตานี” ซึ่ง พ่อเป็นคนชุมพร ทำงานเป็นช่างซ่อมรถ แล้วลงไปทำงานที่ปัตตานี เลยพาแม่ย้ายไปอยู่ที่นั่น ซึ่งผมก็ได้ลืมตาดูโลกที่นั่นด้วย ผมเรียนอยู่ที่นั่นจนจบป.6 แล้วมีโอกาสไปคัดตัวที่โรงเรียนกีฬาโคราช และเข้าเรียนที่นั่นตอนม.1 

“ผมไม่ได้ชอบด้านงานช่างเลย แม้ว่าจะเห็นพ่อซ่อมรถตั้งแต่เด็กๆ แต่ผมชอบเตะฟุตบอลเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้านตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่ไม่ได้บังคับว่าจะให้เป็นอะไร อยากทำอะไรก็ไปทำตามที่ชอบ พอท่านเห็นเราชอบฟุตบอลท่านก็สนับสนุนเราเต็มที่ ตอนที่จากบ้านไปไกลหลายร้อยกิโลเมตรถึงโคราช ตอนแรกๆผมอยากกลับบ้านเหมือนกัน บางทีก็ท้อ เพราะห่างไกลบ้าน เพื่อนๆก็ยังไม่ค่อยรู้จักใคร”

ตอนนั้นผมพยายามคิดว่า เราเห็นพ่อแม่เหนื่อย เราก็อดทดทำหน้าที่ในการเรียนของเรา ผมไม่อยากให้พ่อแม่มาเหนื่อยใจมากังวลกับเราไปด้วย พอผ่านจุดนั้นไปได้เราก็เริ่มที่จะคุ้นชินและปรับตัวได้ ซึ่งช่วงม.ต้น ผมไม่เคยได้ไปแข่งรายการไหนเลย ไม่มีรายชื่อเลย แต่พอขึ้นม.ปลาย เริ่มได้โอกาสติดทีมไปเล่นรายการต่างๆบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นตัวหลัก”

กฤษณนน ย้อนความหลังว่า ช่วงนั้นที่ไม่ได้ไปแข่งที่ไหน ผมก็ไปเตะบอลที่สนามกีฬากลาง ไปเตะเล่นทุกวัน ก็เจอพวกพี่ๆเพื่อนๆ เขาเห็นเราเล่นบอลได้ก็เลยชวนไปเตะบอลเดินสาย มีฟุตซอลบ้าง ฟุตบอล7 คนบ้าง ใครชวนไปไหนไปหมด เพราะตอนนั้นอยากได้เล่นได้แข่งฟุตบอลบ้าง

“จากนั้นจบม.6 ผมได้ไปเข้าวิทยาลัยพละมหาสารคาม ซึ่งเป็นโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนกีฬาโคราช ซึ่งตอนนั้นมีอาจารย์อยากให้ไปลองเทสฝีเท้ากับสโมสรดู แต่ผมไม่ค่อยกล้าที่จะออกไปข้างนอกในความคิดตอนนั้นคือการเดินทางไปคัดแต่ละที่ต้องใช้เงิน มีค่าใช้จ่าย มีค่าเดินทาง ค่าที่พัก ผมกลัวการอยู่คนเดียว กลัวการเปลี่ยนแปลง เหมือนมีกำแพงบางอย่างที่กั้นเราไว้ กลัวความผิดหวังหากไปคัดแล้วไม่ได้ขึ้นมา”

“ผมเคยวีระกรรมห่ามๆ คือตอนอยู่มหาสารคาม ผมเคยรถล้ม แล้วนิ้วเท้าหัก หมอบอกว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ  1 ปีถึงจะหายและไม่รู้ว่าจะกลับมาเตะบอลได้ไหม จากนั้นพอประมาณ 4 เดือนแผลผมหาย ผมลองออกไปวิ่ง พอวิ่งได้ผมแอบหนีพ่อไปเตะบอลเดินสายเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ อยากเตะบอล”

จุดเปลี่ยนจริงๆในชีวิตของ “เจ้านัท” นั้นอยู่ที่รายการฟุตบอลภูพาน คัพ ที่ทีมของเขาสามารถทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ แม้ว่าจะแพ้ได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ แต่ฟอร์มของเขาไปเข้าตาโค้ชของ บางกอก เอฟซี

“ตอนนั้นมีถ่ายทอดสด มีรุ่นพี่ของพวกเราคนหนึ่ง เล่นอยู่ที่ บางกอก เอฟซี แล้วผู้จัดการทีมเขาถามพี่ว่ารู้จักเด็กชุดนี้บ้างไหม เขาเลยติดต่อมาแล้วเรียกเราไปกัน 4 คน ผมก็เลยไป เพราะมีเพื่อนไปด้วย ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยน ที่ผมกล้าออกไปลอง เพราะอย่างน้อยๆเราก็มีเพื่อนไปด้วย เลยบอกพ่อแม่ เขาก็บอกว่าอยากไปลองก็ไปเลย จนสุดท้ายผมคัดตัวผ่าน และได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะกับบางกอก เอฟซี”

“การได้เป็นนักเตะอาชีพถือว่าตื่นเต้นมาก จากนั้นผมอยู่บางกอก ได้ 1 ปี ราชบุรี เอฟซี ก็มาซื้อไป พร้อมกับ มนตรี พรมสวัสดิ์ รุ่นน้องในทีม แต่จริงๆผมมารู้ทีหลังว่าเขาซื้อน้อง แล้วแถมผมไปด้วย  ซึ่งผมเคยเล่นกับดักลาส ตอนอยู่บางกอก เขาเลยอยากให้เราไปด้วย จริงๆถือเป็นความโชคดีนะ เพราะผมเล่นมา 1 ปี ก็ไม่รู้จะไปไหนต่อ เราเคยคิดว่า อาชีพเราจะจบเท่านี้เหรอ เราจะไปไหนต่อดี แต่สุดท้ายก็เป็นตัวแถมไปอยู่ราชบุรี”

“เจ้านัท” บอกว่า ตอนมาที่ราชบุรีโอกาสได้เล่นแทบจะไม่มีเลย ซ้อมได้เดือนนึง โค้ชเจี๊ยบ สมชาย ไม้วิลัย มาถามว่าจะลงไปเล่น T4 หรือจะไป ประจวบ เอฟซี ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าไป ประจวบ เพราะรู้ว่าอยู่นี่ก็ไม่ได้เล่น ไปตายดาบหน้าดีกว่า

  “โอกาสที่ประจวบ 3 นัดแรกไม่ได้เล่น จากนั้นพี่วัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ให้ลองลงไปเล่น เราก็ใส่เต็มที่ จนยึดตำแหน่งได้ พี่วัง ให้ทุกอย่างเลย ให้อะไรผมเยอะจากนั้นพาประจวบขึ้นชั้น แล้วเขาก็ขอยืมต่ออีก 1 ปี ตอนนั้นได้เล่นลีกสูงสุดครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้น ได้เจอนักเตะที่เราเคยดูทีวี เป็นซุปตาร์ ทีมชาติ เราอยากเอาชนะ ตัวต่อตัวจะเลี้ยงผ่านเราต้องไม่ง่าย ผมอยากพิสูจน์ตัวเอง” 

“จริงๆ ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า ประจวบ กับ โค้ชวัง เป็นคนที่สร้างผมขึ้นมา เพราะหากไม่มี ประจวบ ไม่มีโค้ชวัง คงไม่มีใครรู้จักผมนะ ผมมองอย่างนั้น พี่วัง ไม่ใช่แค่สอนเรื่องฟุตบอลในสนามเท่านั้น แกมักจะบอกให้เราทำเต็มที่กับทุกๆเรื่อง การใช้ชีวิตข้างนอกเองแกก็ให้คำแนะนำเรื่องการวางตัวการใช้ชีวิตด้วย”

หลังได้รับการชุบชีวิตที่เมืองสามอ่าว “เจ้านัท”กลับมาเมืองโอ่งอีกครั้ง และสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างต่อเนื่องได้เล่นสม่ำเสมอ  “วันหนึ่งเราได้กลับมา ผมก็อยากทำให้เต็มที่ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถกลับมาเป็นกำลังหลักของทีม เพราะมีนักเตะรุ่นพี่เก่งๆเยอะ กลับมาอาจจะเป็นตัวสำรอง ไม่คิดว่าจะได้เป็นตัวหลักแบบวันนี้เลย”

“วันนี้ผมซื้อบ้านให้พ่อกับแม่ไว้ที่โคราช ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการเตะบอล ถือว่าชีวิตพลิกเพราะฟุตบอลจริงๆ จุดเปลี่ยนแค่นิดเดียวทำให้เราสามารถสร้างตัวได้ ตอนเด็กๆเราไม่ได้สบาย ลำบากมา เป็นลูกคนเดียว พอวันหนึ่งเราสามารถทำอะไรให้พ่อแม่ได้ ก็อยากจะสร้าง ซึ่งตอนนี้ผมก็มีครอบครัวมีลูกชายวัย 8 เดือนผมก็อยากสร้างรากฐานให้แข็งแรง เมื่อลูกโตขึ้นมาจะได้ไม่ต้องลำบากแบบเรา”

สุดท้าย มิดฟิลด์”ราชันมังกร” บอกว่า ผมคิดว่าแฟนบอลราชบุรีถือว่าน่ารักและอบอุ่น ปีนี้เราได้สามารถเข้าชิงฟุตบอลถ้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่เข้าชิงด้วย ผมก็อยากจะคว้าแชมป์กับราชบุรี และเป็นเกียรติประวัติกับตัวเองสักถ้วยหนึ่งให้ได้

ขอบคุณสโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี

BY : Grimmjow

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *