• Home
  • Exclusive
  • ฟุตบอล คือ การเรียนรู้ “เจ้าเอ็ม-เฉลิมศักดิ์” ยกให้ความทุ่มเท คือ บทพิสูจน์

ฟุตบอล คือ การเรียนรู้ “เจ้าเอ็ม-เฉลิมศักดิ์” ยกให้ความทุ่มเท คือ บทพิสูจน์

By on July 22, 2019 0 1643 Views

DST.Exclusive : แม้ผลงานของ “ตราด เอฟซี” น้องใหม่ไทยลีก ในเลกสองจะยังไม่คืนฟอร์มท็อปเหมือนเลกแรก 

แต่การพิสูจน์ให้ “ทีมยักษ์ไทยลีก” เห็นว่า พวกเขาแข็งแกร่งและดีพอจะยืนอยู่บนสังเวียนไทยลีก 

กับแต่ละเกม กว่าจะเอาชนะ “ทีมช้างขาวจ้าวเกาะ” ไปได้   ไม่ใช่เรื่องหวานหมู

เพราะเคล็ดลับสำคัญของทีม ถูกปรุงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งจาก ผู้เล่นมากประสบการณ์ และ นักเตะดาวรุ่ง รวมถึงตัวต่างชาติที่บู๊แบบหัวหมู่ทะลวงฟัน

ทำให้ “ช้างขาวฯ” กลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีส่วนผสมแบบลงตัวมากที่สุดทีมหนึ่ง

กับเครื่องปรุงสำคัญ ที่กลายเป็นส่วนเติมเต็มให้ทีม จะขาด ชื่อของ “เจ้าเอ็ม” เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ แนวรับ หมายเลข 77  ไปไม่ได้

แม้ผลงานในวัย 30 ปีจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าสมัยวัยที่อ่อนกว่านี้ กับ 1 ประตูจากบอลลีก และ 1 ประตู จาก บอลถ้วย “ช้าง เอฟเอ คัพ 2019” รอบ 16 ทีม

ถือเป็นผลงานการันตี “ตีนหนัก”​ เพราะทั้ง 2 ประตูที่ได้มา ล้วนมาจาก ฟรีคิ๊กระยะหวังผล ที่แหวกอากาศ เสียบเข้าประตูจนได้รับเสียงชื่นชม

ก้บจุดเริ่มต้นของ “เจ้าเอ็ม” คงเหมือนกับเด็กต่างจังหวัดธรรมดาทั่วไป ที่มีความฝันว่าอยากจะเล่นฟุตบอล

แต่สำหรับเขา คาดหวังกับ กีฬาชนิดนี้ มากกว่านั้น

“ผมเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 11 ขวบได้มั้งครับ แต่มีกีฬาอื่นๆ ที่ผมเล่นได้ด้วย แต่สำหรับฟุตบอล คือ ใบเบิกทางให้ผมได้เรียนฟรี เพราะเข้ามาโดยโควต้านักกีฬา ผมคิดแค่นั้น” 

กับความไม่คาดหวัง หรือ ตั้งเป้าไว้สูง ในสมัยที่เขาเรียนที่พาณิชยการราชดำเนิน เขาโชว์ฟอร์มเด็ด ในงานกีฬา และรายการแข่งขันของสถาบันที่ส่งแข่งขันรายการต่างๆ จนไปเข้าตาแมวมอง ระดับทีมชาติ ทำให้เขามีชื่อถูกเรียกให้ไปคัดตัวของแคมป์นักกีฬาทีมชาติ แม้จะเป็นรุ่นเยาวชน 17 ปี แต่ผลพวงหลังจากนั้น คือ โอกาสเล่นบอลระดับอาชีพ กับสโมสรแรก คือ บีอีซี เทโรฯ 

“ตอนคัดตัวและติดทีมชาติ และติดไปเล่นรายการต่างๆ ผมคิดเสมอว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญ เป็นโอกาสที่เราต้องรับผิดชอบให้ดี ทั้งประเทศ วงศ์ตระกูล สถาบัน   แต่สิ่งที่ผมได้พิสูจน์ในสนาม ยุคของทีมชาติชุดเล็ก ตั้งแต่ อายุ 17 ปี ถึงอายุ 23 ปีและได้เล่นฟุตบอลรายการสำคัญ อย่าง ซีเกมส์ ทำให้ผมรู้ว่าแม้เกมแข่งขันจะไม่ได้อย่างที่ใครหลายคนคาดหวัง แต่นั่นคือเป็นบทพิสูจน์ในระดับที่ผมต้องโตขึ้นในก้าวต่อๆไป” 

กับประสบการณ์รับใช้ชาติ ที่กลายเป็นภาพจำอันสุดระทึก คือ เกมแข่งขันฟุตบอลที่ไปเล่นท่ามกลางประเทศที่กำลังจะทำสงคราม 

“ตอนนั้นทีมต้องไปแข่งที่ประเทศอิสลาเอล สนามที่ไปแข่งอยู่ระหว่างเขตแดนที่เขามีความขัดแย้ง ตอนจะออกไปซ้อมหรือไปแข่งมีทหารถือปืนไปคุม มีรถทหารพาไป เรียกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยเขาเข้มงวดมาก และยิ่งตอนไปแข่งกับทีมชาติบ้านเขา มีทหารถือปืนคุมอยู่รอบๆ สนาม เป็นความกดดันอย่างหนึ่ง และยิ่งกดดันมากไปอีก เมื่อทีมชาติไทยชนะบ้านเขา ด้วยจุดโทษ  ผมคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าหว่า แต่ก็ผ่านมาได้ แม้จะอาการเสียวสันหลังจะมีอยู่บ้าง” 

หากใครจำชื่อของ “เฉลิมศักดิ์” ได้ และ มีภาพจำที่เขายังเล่นฟุตบอลในวัยแสนห้าว เขาคือ “ตัวแสบ” ที่หลายคนหมั่นไส้ และไม่ชอบใจ เพราะหมอนี่พร้อมบวกอยู่ตลอดเวลา

แต่เชื่อหรือไม่ กับสิ่งที่ “เจ้าเอ็ม” ยึดติดตอนนั้น กับตอนนี้ เรียกว่าเป็นคนละคน

ขอบคุณ สโมสรพีทีที ระยอง

“ตอนที่ผมเล่นซีเกมส์ ทีมตกรอบแรก กระแสตีกลับหนัก ผมคิดเล่นดีก็เสมอตัว ผลเกมที่แย่ก็มีแต่คนด่า  แต่พวกกองเชียร์ไม่รู้หรอกว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้มันเหนื่อยและหนักขนาดไหน ตอนนั้นผมเล่นลีกอาชีพ และเล่นทีมชาติด้วย ซ้อมอย่างต่ำสัปดาห์ละ 5-6 วัน ต้องแบ่งเวลาซ้อมสโมสรและทีมชาติด้วย ผมเข้าใจที่แฟนบอลด่า เพราะเขาคาดหวังสูง พอช่วงหนึ่งที่ผมโตขึ้น ผมเลือกจะปล่อยวาง ด่าได้ก็ด่าไป แต่ความรับผิดชอบของเราต้องไม่ให้เสีย รวมถึงต้องไม่เสียสมาธิ”

กับสโมสรอาชีพที่ “เจ้าเอ็ม” เคยผ่าน มีทั้ง บีอีซี เทโร, นครปฐม ยูไนเต็ด, ชัยนาท เอฟซี, บุรีรัมย์ เอฟซี, ปตท. ระยอง, ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร  และ ตราด เอฟซี

ที่เรียกว่า “เจ้าเอ็ม” เป็นเด็กห้าว ก็ใช้คำไม่ผิดนัก เพราะด้วยความที่เขาคิดในวัยเด็กว่า เป็นระดับทีมชาติ ดีกรีที่ถูกเรียกคือ “ไม่ธรรมดา” 

“ตอนอยู่สโมสรชัยนาท ทีมของผมเอาชนะบุรีรัมย์ เอฟซี ทีมที่ไม่เคยแพ้ใครเลยมาก่อน จู่ๆ มีคนเดินมาบอกผมว่า มึงไม่เหมาะกับเล่นไทยลีก ผมตอบไปว่า หรอครับ งั้นผมกลับแล้วนะ จากนั้นกลับเข้าที่พักไปดื้อๆ ไม่ซ้อมกับทีม จากนั้นย้ายทีมในเวลาต่อมา พอมาถึงจุดที่ผมโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น หากผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่พูดและทิ้งไปแบบนั้น แต่จะพิสูจน์ให้คนที่เดินมาพูดกับผมด้วยผลงานในสนาม และทำให้เขาเห็นว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นผิด”

แต่เมื่อเวลามันย้อนกลับไปไม่ได้ ประสบการณ์จากสิ่งที่ได้ทำ คือ การพิสูจน์

กับเกมไทยลีก ที่ชื่อ “เฉลิมศักดิ์” มักจะถูกเรียกขึ้นมาจากม้านั่งสำรอง มากกว่า เป็น  11 ตัวจริงในสนาม เขาพร้อมรับสภาพ ไม่ใช่เพราะ “อายุเยอะ” แต่คือความเข้าใจในโลกของฟุตบอล

“ผมคิดเสมอว่าหน้าที่ของผมคืออะไร เป็นนักกีฬาเวลาซ้อมต้องทำให้เต็มที่ เมื่อถูกเรียกชื่อและได้รับโอกาสต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนเกมแข่งขันนัดไหนโค้ชจะไม่เลือกใช้ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปคิดแทนโค้ช เมื่อได้โอกาสลงสนาม จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ ผมคิดเสมอว่า ต่อให้มีชื่อลงเล่น แต่หากทำผลงานไม่ดี โอกาสนั่งยาวๆ ข้างสนามดูเพื่อนเล่นก็มีสูงเหมือนกัน” 

กับประสบการณ์ที่คอยสอนเขา และเขาเลือกจะสอนรุ่นน้องต่อ คือ การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และต้องเป็นมืออาชีพ

“ผมเข้าใจโลกฟุตบอลมากขึ้น โดยเฉพาะคำว่าเด็กใครเด็กมัน โค้ชเองต้องมีเด็กที่เขาเชื่อมือได้ เหมือนเป็นเครื่องหมายการค้าที่โค้ชต้องมี  ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือ พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็น และเชื่อมือให้ได้ ตราบใดที่ได้รับโอกาส ผมว่านี่คือประสบการณ์ที่ผมได้รับและคอยบอกรุ่นน้องเสมอ หากมีโอกาส”

 กับเครื่องหมายการค้าของ “เจ้าเอ็ม” ที่จัดลูกฟรีคิ๊กสุดเฉียบ ให้ “ตราด เอฟซี” เก็บชัยชนะในเกมแข่งขัน เขาบอกว่า ทั้งหมดล้วนมาจากประสบการณ์ล้วนๆ รวมถึงฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งก่อน และ หลังซ้อม เขาจะซ้อมยิง อย่างต่ำ 20 ลูก เพื่อให้เท้าจำรอยสัมผัส และลงนำ้หนักได้อย่างแม่นยำ

“ผมเท้าหนักมากก็จริง แต่ทั้งหมด ขั้นอยู่กับการฝึกซ้อม และจังหวะ รวมถึงโอกาส ซึ่งลูกยิงของผมทั้งหมดไม่มีสิ่งที่เป็นเคล็ดลับพิเศษ เพราะอยู่ที่การฝึกฝนเพียงอย่างเดียว”  

ส่วนที่ “ตราด เอฟซี” ทีมน้องใหม่ ที่ตอนตั้งต้น ฤดูกาล 2019 พวกเขาวางเป้าให้อยู่รอด แต่พอถึงตอนนี้ “เจ้าเอ็ม” บอกเลยว่าความคาดหวังไปไกลกว่านั้น

“พวกเราที่ตราดเอฟซี อยู่กันเป็นแบบครอบครัว ช่วยเหลือกัน เล่นฟุตบอลด้วยระบบที่เข้าใจกัน ช่วยเติมเกมรับ และรุกไล่ สิ่งนี้เองมั้งครับ ที่ทำให้ตราดเอฟซี เป็นทีมฟุตบอลที่อบอุ่น และเป็นอีกทีมที่ การจะเอาชนะพวกเรา ไม่ใช่เรื่องง่าย” 

กับเคล็ดลับสำคัญ คือ ใจพวกเขาใหญ่มาก

“ตอนจะลงแข่งแม้บทวิเคราะห์จะบอกว่า เราเจอทีมยักษ์ แต่เชื่อไหม พวกผมบอกกันเสมอว่า เราต้องเล่นให้เหมือนเกมนัดชิง ทำให้ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งกันได้ตลอด กับผลงานเลกสอง ที่คนมองว่าพลาดติดๆ ผมอยากบอกว่าเป้าหมายแรกของเรา คือ ไม่ได้หวังเป็นทีมหัวตาราง ขอแค่อยู่รอดเท่านั้น”

เลกแรกพวกเราบอกกันว่าต้องเก็บแต้มตุนไว้เยอะๆ เพราะเลกสองเหนื่อยแน่ ทีมที่มีงบประมาณเขาเสริมตัวหนักๆ มา ขณะที่ทีมตราด ต้องใช้ทรัพยากรเท่าที่มี!!!

ขณะที่เป้าหมายของ “เจ้าเอ็ม” คือ เป็นกลไกที่ทำให้ทีมไม่ตกชั้น และทำอันดับให้ดีที่สุด  ส่วนเส้นทางนี้จะอีกยาวไกลหรือไม่ เขาบอกว่า อยู่ที่ผู้ใหญ่จะให้โอกาส ขณะที่ร่างกายของเขาตอนนี้ยังดูแลให้ดีและพร้อมใช้งาน.

ขอบคุณ ตราด เอฟซี
By BlackSugar 

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *