• Home
  • News
  • เปิด 4 คีย์แมน ของทีมร่วมกลุ่ม “ช้างศึก”

เปิด 4 คีย์แมน ของทีมร่วมกลุ่ม “ช้างศึก”

By on July 20, 2019 0 1001 Views

DST.News Report : การประกาศอย่างเป็นทางการว่า “อากิระ นิชิโนะ” จะเข้ามาเป็นผู้กุมบังเหียน “ช้างศึก” ทั้งชุดใหญ่ และ u-23 นั้นนับว่าเป็นข่าวดีประจำอาทิตย์ของแฟนบอลไทย เพราะจากข่าวที่ออกมาก่อนหน้าเล่นเอาหลายคน หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะยังไม่มีการ “คอนเฟิร์ม” เสียที ว่า ท้ายที่สุดแล้ว อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่นผู้นี้ จะเอายังไงกันแน่ ก็จบกันไป 1 เปลาะ

อีกเหตุการณ์ที่ออกมาวันเดียวกันนั้น ไม่รู้ว่าจะเรียกข่าวดีได้หรือไม่

สำหรับการจับฉลากฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบแรกที่มีทั้งหมด 40 ทีม ซึ่งทุกคนก็ทราบกันไปแล้วว่า “ไทย” อยู่กลุ่มเดียวกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,เวียดนาม,อินโดนิเซีย,และมาเลเซีย

จนเกือบจะเป็นบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ กลายๆ

และในวันนี้ DailySoccerThailand จะมาแนะนำดาวเด่น ของ คู่แข่งแต่ละชาติเป็นรายคนให้แฟนๆได้ศึกษา

1.อาลี มาบคูต (UAE)

คู่ปรับเก่าของเราจากรับคัดเลือกบอลโลกครั้งที่แล้ว หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ “เพลย์เมคเกอร์อัจฉริยะ” ที่เคยแผลงฤทธิ์ใส่ทีมชาติไทยไปเมื่อรับคัดเลือกบอลโลกครั้งที่แล้ว

“โอมาร์ อับดุลราห์มาน” ที่มีพร้อมทั้ง เซนส์บอล เฟิร์สทัช วิชั่น การยืนตำแหน่ง

และว่ากันว่าหมอนี่มีดีพอที่จะย้ายไปเล่นในลีกใหญ่ของยุโรป แต่หารู้ไม่ว่า ยูเออี ยังมีตัวอันตรายสุดๆอีกคนหนึ่งนั่นคือ “อาลี มาบคูต”

กองหน้าวัย 28 ปี เจ้าของส่วนสูง 181 ซม. ว่าที่ตำนานคนต่อไปของ UAE ตลอดชีวิตของเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับสโฒสรเดียวเท่านั้น คือ “อัล จาซีร่า” ทีมยักษ์ใหญ่ของ UAE เรื่องนั้นอาจไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก แต่เมื่อดูสถิติยิงประตู ก็ต้องร้องโอดโอยกันเลยทีเดียว

เกมอาชีพ 2009 -2019 ลงสนาม 196 นัด ทำไป 116 ประตูกับ 6 แอสซิสต์

ในระดับทีมชาตินั้น เขาลงสนามไป 75 นัด กดไป 49 ประตู และ หมอนี่เคยยิง ทีมชาติไทย มาแล้ว 4 ประตู จาก 3 นัดที่เคยพบกัน สำหรับนัดล่าสุด เกิดขึ้นไม่นาน ในช่วงเอเชียนส์ คัพที่ผ่านมา ในเกมที่ เราเสมอกับ UAE 1-1

มาบคูตยิงประตูได้ทุกรุปแบบ ไม่ว่ะเป็นลูกโอเพ่นเพลย์ โฉบโหม่ง ฟรีคิ๊ก เท้าขวา เท้าซ้าย จะโหม่ง เขย่ง ตอปิโด หมอนี่ทำมาหมดแล้ว หลายคนอาจมองไม่เห็นว่าหมอนี่มีจุดเด่นยังไง จะเร็วก็ไม่เร็ว จะยิงหนักก้ไม่ใช่ หรือจะสร้างรค์เกมก็บอกได้ไม่เต็มปาก

แต่จำนวนประตูที่หมอนี่ผลิตให้ทีมชาติ เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า นี่คือ หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในทวีปเอเชีย ณ ปัจจุบัน

2.เหงียน กว่าง ไฮ (เวียดนาม)

หากพูดถึงเวียดนาม “เหงียน คอง เฟือง” เป็นชื่อแรกที่แฟนบอลไทยนึกถึง แต่ผลงานของเวียดนามจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลย หากไม่มี แนวรุกตัวเล็กอย่าง “เหงียน กว่าง ไฮ” ช่วยเสริมบารมี

ปัจจุบัน กว่าง ไฮ อายุเพียง 22 ปี แต่สำหรับแฟนบอลบ้านเราเหมือนว่าหมอนี่จะอายุเยอะกว่านั้น เพราะได้ยินชื่อมานานพอสมควร

กว่างไฮ มีจุดเด่นที่เทคนิค ความเร็ว การสร้างสรรค์โอกาส และที่สำคัญ คือ ทัศนคติในการเล่น ที่พร้อมสู้จนหยดสุดท้าย วิ่งไล่ทุกจังหวะ จนทำให้เวียดนาม ขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอยู่ตอนนี้

ปัจจุบัน กว่าง ไฮ เล่นกับ ฮานอย เอฟซี และมีส่วนสำคัญในผลงานอันสุดยอดของเวีดยนามในยุคหลัง อย่าง ชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2019,รอบ 8 ทีม เอเชียนคัพ 2018,อันดับ 4 เอเชียนส์ เกม ปี 2018

ผลงานชิ้นโบแดงที่สุดคือ พาทีมเวียดนาม u-23 ทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ บอล u-23 ชิงแชมป์ เอเชีย

แม้จะจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ และคาดว่าเจ้าตัวจะมีโอกาสออกไปค้าแข้งนอกเวียดนาม ตามหลังรุ่นพี่อย่าง “เหงียน คอง เฟือง” ในอีกไม่นานนี้ หลังพิสูจน์ตัวเองจนหมดสิ้นแล้วใน ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค

3.ริโก สิมันจุนทัค (อินโดนิเซีย)

อดีตผู้ยิ่งใหญ่แห่งภูมิภาคอาเซียน ที่เคยบดบี้กับไทยอย่างเมามันส์ มีเหตุการณ์ฉาวระหว่างทั้ง 2 ชาติในวงการฟุตบอลก็เยอะ แต่ปัจจุบัน พวกเขาคลายพิษสงไปเยอะ จากหลายปัจจัย ทั้งการล่มสลายของลีกฟุตบอล การบริหารจัดการที่มีปัญหา

แน่นอนว่า ลามไปถึงบรรดาผู้บริหารสมาคม บรรดาฮูลิแกน จนส่งผลกระทบทั้งประเทศ แน่นอนว่า เนื้อร้ายดังกล่าวลามมาถึงทีมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้ช่วงหลัง มาตรฐานของพวกเขายังไม่ดีขึ้นมากนัก และคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะขึ้นมาเท่าเทียมกับในอดีตอีกครั้ง

สำหรับผุ้เล่นที่ไปไกลที่สุดในประเทศตอนนี้ของพวกเขาคือ เอกี้ เมาลาน่า แนวรุกดาวรุ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมาทดสอบฝีเท้ากับ ชัยนาท ฮอร์นบิล

แต่ท้ายที่สุดการเซ็นสัญญาก็ไม่เกิดขึ้น โดยตอนนี้เจ้าตัวกำลังไปโชว์ฝีเท้าอยุ่กับ เลเกีย กดังค์ ในลีกโปแลนด์ สำหรับผู้เล่นที่เป็นดาวเด่นของอินโดนิเซีย ชุดนี้ คือ “ริโก สิมันจุนทัค” ปีกร่างจิ๋ว เจ้าของความสูง 158 ซม. ที่เป็นตัวหลักของ เปอร์ซิยา จาการ์ต้า อยู่ตอนนี้

แน่นอนว่า ผู้เล่นไซส์นี้ ย่อมมีจุดเด่นที่ความเร็ว และจุดศูนย์ถ่วงที่ยอดเยี่ยม แม้ตัวจะไม่แน่นเหมือนอย่าง “จอห์น บาจโจ้” ปีกไฟพะเนียงของ สุโขทัย เอฟซี แต่ก็ถูดทดแทนด้วยความเร็วที่แว๊นซ์สุดๆ รวมทั้งความสามารถในการเล่นลูกเซตเพลย์ และวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อน

แต่ก็ไม่รู้ว่า ความเร็วที่เจ้าตัวมีนั้น จะสามารถพาทีมหักด่าน ทีมแกร่งอื่นๆในกลุ่มได้หรือไม่

4.โมฮามาดู ซูมาเรห์ (มาเลเซีย)

ทีมที่มาด้วยเกือบจะอันดับต่ำที่สุดในกลุ่มเนื่องจากอยู่โถที่ 4 แต่ชื่อชั้นก็ยังเป็นรอง เพื่อนบ้านอย่างอินโดนิเซียอยู่ จนหลายคนคิดว่าเป็น คู่แข่งที่เบาที่สุดในกลุ่ม

แต่หารู้ไม่ว่า นับแต่มีรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก มาตั้งแต่ปี 1974-2018 “เสือเหลือง” เป็นชาติเดียวในกลุ่มที่เรายังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลย ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก จาก 3 ครั้งที่เจอกัน พวกเราเสมอ 1 ครั้ง และแพ้ไปถึง 2 ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่ห้ามประมาทเด็ดขาด

สำหรับนักเตะที่เป็นตัวหลักของพวกเขา คือ “โมฮามาดู ซูมาเรย์” ปีกเชื้อสายแกมเบีย

ผู้เกิดที่เมือง ฟาจาร่า ประเทศแกมเบีย วัย 27 ปี ซึ่งบอลเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ ที่ผ่านมาเจ้าตัวได้คายพิษสงให้แฟนบอลไทยได้เห็นบ้างแล้ว จุดเด่นของปีกรายนี้คือ ความเร็ว และการเลี้ยงบอลที่ติดเท้า และลีลาการเล่นที่พริ้วสุดๆ จนสามารถสร้างความแตกต่างได้เหมือนกันหากเล่นในลีก

แต่เจ้าตัวจะสามารถพิสูจน์ตัวเองในระดับที่สูงกว่าได้หรือไม่ นั้น อีกไม่นานเราจะรู้ไปด้วยกัน.

By ใบไม้ห้าแฉก

สำหรับโปรแกรมแข่งขันของทีมชาติไทย มีดังนี้

นัดแรก วันที่ 5 กันยายน 2562, ไทย – เวียดนาม
นัดที่สอง วันที่ 10 กันยายน 2562, อินโดนีเซีย – ไทย
นัดที่สาม วันที่ 15 ตุลาคม 2562, ไทย – ยูเออี
นัดที่สี่ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562, มาเลเซีย – ไทย
นัดที่ห้า วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562, เวียดนาม – ไทย
นัดที่หก วันที่ 26 มีนาคม 2563, ไทย – อินโดนีเซีย
นัดที่เจ็ด วันที่ 4 มิถุนายน 2563, ยูเออี- ไทย
นัดที่แปด วันที่ 9 มิถุนายน 2563 , ไทย – มาเลเซีย

  News
Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *