• Home
  • Special Report
  • เปิดใจ ‘โชตินันท์’ 9 ปี ในถิ่น ‘เขาพลอง’

เปิดใจ ‘โชตินันท์’ 9 ปี ในถิ่น ‘เขาพลอง’

By on June 25, 2019 0 2748 Views

DST.Special Report : 27 ปี คือ “จุดพีค” ในแท่งกราฟชีวิตของนักฟุตบอลส่วนใหญ่ ทว่า สำหรับ “เจ้ามอส” โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ แบ็กขวาปอดเหล็กของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล เขากับเลือกที่จะ Stop การเป็นนักเตะอาชีพไว้แต่เพียงเท่านี้

แม้ภูมิลำเนาจะอยู่ที่ จ.หนองคาย แต่ในโลกของฟุตบอล มิอาจปฏิเสธได้ว่า “เจ้ามอส” คือ เลือดเนื้อเชื้อไขของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล

แม้ไม่ได้เริ่มต้นสัมผัสฟุตบอลที่นี่เป็นแห่งแรกในชีวิต เพราะเริ่มเรียนศาสตร์ลูกหนังจริงจังตั้งแต่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และทีมเยาวชนของอาร์มี ยูไนเต็ดมาก่อน แต่การเป็นพ่อค้าแข้งอาชีพของเขานับหนึ่งจริงจังกันที่สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม

เด็กน้อยในวัย 19 ปี ถูก “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย และ “โค้ชหระ” อิสสระ สีทะโร หิ้วกลับมาคัดตัวทันที หลังเห็นอะไรบางอย่าง ในรายการเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย หรือ “โค้กคัพ” ของทีมนครสวรรค์ เอฟซี เมื่อ 8 ปีก่อน

“เจ้ามอส” เดินทางมาคัดตัวกับเพื่อนอีกหลายคน แต่กลายเป็นเขาคนเดียวที่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรชัยนาท เอฟซีในตอนนั้น

ที่เซอร์ไพร์สกว่า “เสี่ยแฮงค์” ตัดสินใจส่งชื่อเด็กน้อยที่ไม่เคยเล่นลีกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นดิวิชั่น 1 หรือ 2 สักนัด ลงเล่นลีกสูงสุดทันที

จากวันแรก “เจ้ามอส” พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนเป็นแกนหลัก ผ่านทุกเหตุการณ์และโมงยามที่สำคัญของสโมสร เรื่องราวมากมายถูกจารึกไว้ที่นี่ กระทั่งวันนี้เขาเลือกจะยุติบทบาท “นักเตะ”

DST: ทำไมถึงตัดสินใจหยุดชีวิตนักเตะแค่วัยเพียง 27 ปี

โชตินันท์ : ผมคิดเรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วครับ ผมไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กๆ มาเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยังเล็ก ผมเป็นลูกคนเดียว ก็คิดถึง มีหลานก็ไม่ได้อยู่กับเขา เลยปรึกษากับครอบครัวและตัดสินใจที่จะยุติมันไว้เพียงเท่านี้ กลับบ้าน (จ.หนองคาย)

ตอนแรกคิดหนักมากๆ ก่อนนัดกับชลบุรี เอฟซี ผมคิดอยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ ถามตัวเองว่า เราพอแล้วหรอ สุดท้ายทางเราแล้วหรอ ก่อนจะได้คำตอบว่า ที่ผ่านมาเราก็ทำมันเต็มที่มาตลอดแล้วนะ เลยไม่ได้รู้สึกเสียใจมาก แค่รู้สึกใจหายบ้าง

DST. : หลายคนแปลกใจที่เลิกเล่นเร็ว ทั้งที่เกมกับชลบุรี เอฟซี ดูฟิตมาก วิ่งสุด – ลงสุด ไม่มีหมด

โชตินันท์ : ก็มีคนโทรมาถามเยอะมากครับ อย่างเพื่อนผม นิว (พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี) ก็ถามว่าทำไมรีบเลิกจัง คือ ผมคุยกับครอบครัวแล้ว ตกลงไปแล้ว ตัดสินใจดีแล้ว ทางนี้ดีที่สุดแล้ว ตลอดชีวิตนักเตะ ผมเต็มที่กับฟุตบอลแล้ว “อิ่มกับมันแล้ว”

DST. : นักเตะหลายคนรีเทิร์นกลับมา แม้ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้ว แล้วยังเปิดประตูอยู่มั้ย

โชตินันท์ : ผมคงไม่กลับมาแล้วครับ จากนี้ผมขอเป็นกองเชียร์ชัยนาท และทีมที่เพื่อนๆ ของผมลงเล่นดีกว่า สำหรับตัวผม ผมคิดว่า ผมเคยอยู่ในช็อตที่แม่งโคตรสุดสำหรับตัวเองมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนได้แชมป์ไทยลีก 2 หรือแม้แต่การลงเล่นใน 5-6 นัดสุดท้ายที่ทีมเราต้องอยู่ในสถานการณ์หนีตกชั้น แล้วเราพารอดตลอด 3-4 ฤดูกาล

DST. : หลังจากประกาศเลิกเล่นมีทีมไหนติดต่อมาเพื่อขอให้กลับมาเล่นมั้ย

โชตินันท์ : ผมเป็นคนที่ไม่เคยมีเอเย่นต์มาก่อน ก็มีทีมในลีกสูงสุดบางทีมติดต่อเข้ามาครับ เพราะพอผมประกาศแขวนสตั๊ดมันก็เท่ากับการยกเลิกสัญญา สามารถดึงตัวผมไปได้ฟรีๆ เลย

“แต่ผมก็บอกกับเขาไปว่า ผมตัดสินใจดีแล้วที่จะเลิกเล่น พ่อแม่ผมแก่แล้ว ไม่มีใครฝากผีฝากไข้ ผมอยากจะดูแลท่านใกล้ๆ แล้ว”

DST. : เหตุการณ์ไหนในชัยนาท ฮอร์นบิล ที่จะไม่มีวันลืม

โชตินันท์ : ตอนพี่แฮงค์ (อนุชา นาคาศัย) เรียกไปคุยสัญญาครั้งแรก ตอนนั้นผมเล่นให้นครสวรรค์ เอฟซี ในรายการเยาวชนโค้กคัพ ผมคงไปเข้าตาเขา พี่แฮงค์เลยให้เลยผมมาคัดที่ชัยนาทอาทิตย์หนึ่งแล้วก็เซ็นสัญญาเลย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในฟุตบอลอาชีพของผมเลย

DST. : เหตุการณ์ไหนที่ประทับใจที่สุดตลอดการเล่น

โชตินันท์ : คงเป็นตอนที่พวกเราสามารถคว้าแชมป์ไทยลีก 2 มาได้ ซึ่งถือเป็นแชมป์แรกของพวกเรา และสามารถพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาได้ครับ

DST. : ชอบประตูไหนที่สุดที่ทำให้ชัยนาท ฮอร์นบิล

โชตินันท์ : ลูกที่ยิงขึ้นนำบางกอก เอฟซี 1-0 (ชัยนาท ชนะ 3-1 ในศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2560)

DST. : ใครคือโค้ชในดวงใจตลอดการเล่นให้ชัยนาท ฮอร์นบิล

โชตินันท์ : ขอเป็นโค้ชง้วน (สุรชัย จตุรภัทรพงศ์) ละกันครับ ตอนนั้นผมเล่นไทยลีกเป็นปีที่ 2 แกให้โอกาสผมเยอะมาก จนติดทีมชาติไทยยู – 23 ไปเล่นแม่โขงคัพ 2013 แล้วได้แชมป์กลับมา

DST. : ประทับใจนักเตะชัยนาท ฮอร์นบิลคนไหน ตั้งแต่อยู่กับทีมมา

โชตินันท์ : พี่โจ๊ก (ธนากร ขำโขมะ) พี่โจ๊กมีบุคลิกความเป็นผู้นำมากๆ น้องๆ ไม่ว่าคนไหนถ้าทำผิดพี่โจ๊กจะเตือนทันที และทุกคนฟังเขา จะเคารพคำพูดพี่โจ๊กทุกคน

DST. : ใครคือไอดอลในโลกฟุตบอล

โชตินันท์ : คุณพ่อผมครับ และเป็นครูคนแรกของผมด้วย

แม้แมตซ์จากลาอาชีพของเขา จะคล้ายตอนจบของหนังรักที่พระเอก – นางเอก ยืนกอดจูบกันอย่างมีความสุข บนชายหาดภายใต้ดวงอาทิตย์ที่กำลังมุดลงไปพักผ่อนภายใต้เส้นขอบฟ้าบนมหาสมุทร หลังปลดแอกชนะฉลามชลในรอบ 7 ปีได้

แต่สำหรับแฟนบอลนกใหญ่ พวกเขาคงอยากให้ “ตอนจบ” และ “บท” ของ “เจ้ามอส” ในหนังเรื่องนี้ยืดเยื้อออกไปอีก เพราะนี่คือ “เจ้าชาย” แห่งเขาพลอง สเตเดี้ยมอีกคน ที่มั่นใจได้ว่า มีดีเอ็นเอสีชมพูอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม

เป็น 1 ในนักเตะที่สาวกพิงค์ เรนเจอร์ ไม่มีเครื่องหมายคำถาม ไม่เคยคาใจหรือสงสัยในความ “ทุ่มเท” แม้สักครั้ง

“วิ่งวัดใจ” ประเพณีทดสอบสมรรถภาพ สาวเท้าขึ้นยอดเขาธรรมมูลในปีหน้า ที่ไม่มี “โชตินันท์” เจ้าของสถิติเวลาดีที่สุด 3 สมัย มาป้องกันแชมป์ คงเป็นอะไรที่ใจหายไม่น้อย.

เรียบเรียงโดย : วนิลลาสกาย
ขอบคุณภาพ : เพจ Chainat Hornbill Football Club

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *