• Home
  • Exclusive
  • อยากชนะ ต้องดีกว่าเดิม “กานต์นรินทร์” ยึดสิ่งนี้ และ ไม่หยุดพัฒนา

อยากชนะ ต้องดีกว่าเดิม “กานต์นรินทร์” ยึดสิ่งนี้ และ ไม่หยุดพัฒนา

By on June 17, 2019 0 972 Views

DST. Exclusive :  กับความสำเร็จของ “ทีมช้างศึกรุ่นเล็ก” ที่คว้า “รองชนะเลิศอันดับสอง” ในรายการ “เมอร์ไลออน คัพ2019 ” ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา  

ถือว่ากู้สถานการณ์ “ทีมช้างศึกรุ่นพี่”  ที่ทำผลงาน จมบ๊วย บอลถ้วยรายการ “คิงส์ คัพ” ครั้งที่ 47 ได้บ้าง

แม้ไม่ได้รางวัลชนะเลิศมาครอง เพราะคนคุมเกม กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 13 แต่นี่เป็นเกมแข่งขันที่ อาจกลายเป็นบทพิสูจน์ว่า “อนาคตช้างศึก” ยังรอวันสดใส

กับหนึ่งในทีม ยู23 ที่บินลัดฟ้าไป โม่งแข้ง แม้จะได้ลงโชว์ฟอร์ม แม้จะไม่ได้อวดฝีเท้าให้เห็น แต่กับเกมอาชีพ เขาคือ “มิดฟิล์ด” ตัวกลั่นที่ถูกจับตามองว่า เป็นอนาคตของทัพช้างศึก

คนที่เราพูดถึง คือ  “เจ้าฟลุ๊ค –  กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์” กองกลาง วัย 22 ปี ของ “กูปรีอันตราย – ศรีสะเกษ เอฟซี”  ที่ถูกยืมตัวมาจาก “ราชบุรี มิตรผล เอฟซี” 

ในฤดูกาล 2019 เขาถูกส่งลงเล่นทั้งหมด 13 เกม จากที่แข่งขันทั้งหมด 15 เกม ช่วยพาทีมรั้งรองจ่าฝูง ก่อนจะถูก “ฟีฟ่า” ริบคะแนน 6 แต้ม ทำร่วงรั้งอันดับที่ 5 

กับจุดเริ่มต้นที่เจ้าฟลุ๊ค เลือกสวมสตั๊ด ลงฟัดเกมในสนามหน้า ตั้งต้นคือ อยากเล่นสนุกกับพี่ชาย “เฟรม – กานต์ดนัย ถาวรศักดิ์” ที่ปัจจุบันค้างแข้งอยู่กับ “นักรบรวงทอง – อ่างทองเอฟซี” ในไทยลีก 3 

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตามพี่ชาย ตั้งแต่ 5 ขวบ ตอนนั้นแค่ตามไปดูพี่เขาซ้อมหลังเลิกเรียนเฉยๆ แต่หลังๆ กลายเป็นลงไปเล่นด้วยกันเฉยเลยครับ เพราะเห็นพี่เฟรมเล่นแล้ว ท่าทางน่าสนุก ผมก็อยากเล่นสนุกๆ ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายไปไกล ว่า ต้องเป็นนักเตะอาชีพ หรือ ติดทีมชาติ”

แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเริ่มมีเป้าหมาย อยากบินสูง อยากไปเล่นต่างประเทศ อยากติดทีมชาติ เพราะ “เจ้าฟลุ๊ค” ได้เห็นไอดอลชาวญี่ปุ่น นามว่า “ยาซูฮิโตะ เอ็นโดะ” กองกลางวัย 39ปี ทีมกัมบะ โอซากะ สมัยที่ยังโลดเล่นในสนามทีมชาติ

จุดเด่นที่ทำให้ “เอ็นโดะ” กลายเป็นต้นแบบความฝันของเด็กผู้ชายตัวน้อย คือ การเล่นฟุตบอลที่ชาญฉลาด และหาตัวจับยาก 

ซึ่ง เอ็นโดะ นั้น ดีไม่ดี อย่างไร ก็มีรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี หลายปี การันตีก็แล้วกัน

และเพื่อทางแห่งฝันเป็นจริง “เจ้าฟลุ๊ค”  จึงเลือกเข้าโรงเรียนสอนและฝึกฟุตบอล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ โดยยอมแลกกับชีวิตอิสระของวัยรุ่นตอนต้น เพื่อฝึกปรือตัวเอง ท่ามกลางการสนับสนุนของครอบครัว

​“มาโรงเรียนประจำเพื่อฝึกฟุตบอล มันจริงจังจนผมอยากจะร้องไห้ กลับบ้าน ซ้อมเช้าก่อนไปโรงเรียน ซ้อมเย็นหลังเลือกเรียนทุกวัน แต่ผมคิดว่าเวลาเที่ยวเล่นยังมีอีกเยอะ ตอนนี้เมื่อมาอยู่จุดนี้แล้ว ต้องอดทนมากๆ เพื่อฟันฝ่าไปให้ได้”

กับบททดสอบแรก ที่ต้องอดทน มีระเบียบวินัย ในแบบฝึกของโรงเรียนแล้ว “เจ้าฟลุ๊ค” วัยเลยสิบขวบมานิดหน่อย ขอกล้าท้าฝัน ลงไปคัดตัวทีมชาติรุ่น 12 ปีที่ยุคนั้นมีคนนับพันลงสนามทดสอบตัว แน่นอนว่า เวทีแรกนั้น สิ่งที่ได้รับคือ “พลาดเป้า” แต่จากจุดนั้น ทำให้ เขารู้ทิศทางของตัวเองว่า ต้องฝึกแบบไหน และเดินไปแบบไหน เพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง 

จากนั้นเพื่อต่อยอดทางสู่ฝัน “กานต์นรินทร์” ​ ย้ายจากโรงเรียนฝึก ที่ หนองจอก เข้าเมือง ภายใต้สังกัด “กรุงเทพคริสเตียน” ก่อนโอกาสจะถาโถม ติดทีมชาติไทยครั้งแรก กับเกม “ช้างศึกขาสั้น” รายการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนไทยชิงแชมป์เอเชีย

และได้เซ็นต์สัญญาเข้าทีม “บีอีซี เทโรศาสน” และได้ลงเล่นอาชีพครั้งแรก กับ ทีม “บีซีซี เทโร”  ถือเป็นก้าวแรกของ​ “ความภูมิใจ”  ที่ทำฝันให้เป็นจริงได้

แต่แม้ความฝันจะถูกค้นเจอ “กานต์นรินทร์”​ ยังต้องเจอสิ่งที่ “ยาก” กว่าตามหาฝัน คือ “ประสบความสำเร็จ” 

“ผมตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้เล่นฟุตบอลทั้งระดับทีมชาติ ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงได้เล่นลีกอาชีพด้วย แต่สิ่งที่ผมต้องทำต่อ คือ การพัฒนา เพราะในโลกของฟุตบอล หลายชาติ เขาพัฒนาและไม่หยุดความแข็งแกร่ง ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องรักษาความฝันให้อยู่ยาวๆ คือ พัฒนาจนถึงขั้นคำว่า ความสำเร็จ เพราะผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนที่เล่นเก่งที่สุด แต่ผมพัฒนาได้อีก”

กับความพยายามที่จะทำทุกนาที ที่ได้รับโอกาสให้ “ประสบความสำเร็จ” แน่นอนว่า เมื่อให้ “คนนอก” ประเมินตัวเขา ย่อมมีทัศนะที่หลากหลาย ทั้งชื่นชม – ให้กำลังใจ รวมถึง ตำหนิ

“คำที่แฟนบอลด่ามา ผมคิดว่านี่เป็นแรงผลักดัน และแรงกระตุ้นมากกว่าความกดดันให้ไปต่อไม่ได้  ผมนำคำมาทบทวนตัวเอง และตั้งใจฝึกซ้อมให้มากกว่าเดิน สิ่งสำคัญที่ผมย้ำกับตัวเองเสมอคือ ต้องมีสมาธิ ทำผลงานออกมาดี เพื่อตอบแทนแฟนบอลที่ตามเชียร์และให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้เขาผิดหวังในตัวเรา”

กับแรงกดดัน หนักสุดในชีวิต คือ ช่วงท่ีร่างกายบาดเจ็บ และช่วงนั้นทีมไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แม้จะซ้อมหนักเท่าไร แรงกดดันยิ่งมีมาก

สิ่งที่ช่วยให้ “เจ้าฟลุ๊ค” ผ่านพ้น คือ กำลังใจจาก ครอบครัว แม้จะเป็นคำธรรมดา แค่ว่า “สู้ให้เต็มที่” ก็สร้างแรงฮึดให้ กองกลางวัยหนุ่ม ลุกมาสู้แบบสุดใจอีกครั้ง

กับประสบการณ์ทีมชาติของ “กานต์นรินทร์” แม้จะเป็นเกมเล็กๆ แต่คือ ประสบการณ์ที่ล้ำค่า เพราะคือ สนามที่ใช้ฝึกฝึเท้า และแทคติกใหม่ แม้เขาจะถูกเรียก เป็น “นักเตะคนสุดท้าย” ของแมชต์นี้ก็ตาม

ขณะที่ “เกมอาชีพ”  แม้ตอนนี้ “กูปรีอันตราย – ศรีสะเกษ เอฟซี” จะเจอมรสุม ถูกตัด 6 แต้ม เพราะถูกนักเตะต่างชาติ ไปร้อง “ฟีฟ่า” ว่า ค้างค่าจ้าง ทั้งที่ “บอสทีมกูปรีฯ” ยืนยีนว่า แค่พามาทดสอบฝีเท้า

ต่อเรื่องนี้ “เจ้าฟลุ๊ต” ยังตั้งมั่น ทำเป้าหมาย ที่ “ต้องเลื่อนชั้น” เป็นจริง

“ฟอร์มตอนนี้ผมพอใจ จาก 15 นัด ได้ลงไป 13 นัด แต่ผมรู้ว่าต้องพัฒนาตัวเองไปให้ไกลกว่านี้ โดยเฉพาะ การเร่งสปีดตัวในสนาม การเข้าบอลที่เร็วกว่านี้ กับทีมศรีสะเกษ เอฟซีผมตั้งเป้าว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่พาทีมเลื่อนชั้นให้ได้ แม้ตอนนี้จะเจออุปสรรคอยู่ก็ตาม”   

สุดท้าย “เจ้าฟลุ๊ต” ฝากขอบคุณแฟนบอลกูปรีฯ ที่ช่วยเชียร์และเป็นกำลังใจทุกสนามแข่งขัน  และขอให้เป็นกำลังใจกันตลอดไป. 

ขอบคุณ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี
By BlackSugar

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *