• Home
  • Special Report
  • ‘กบินทร์บุรี’ ขอขึ้น ‘ขบวนแชมเปี้ยนลีกส์’

‘กบินทร์บุรี’ ขอขึ้น ‘ขบวนแชมเปี้ยนลีกส์’

By on May 28, 2019 0 1339 Views

DST.Special Report : ไม่ว่าจบฤดูกาลนี้ พวกเขาจะพบตัวเองอยู่ในสถานะไหนของตารางคะแนน แต่นี่คือ 1 ปีที่ดีที่สุดของ “หนุมานชาญสมร” สายมิตร กบินทร์บุรี ยูไนเต็ด จากไทยลีก 4 โซนรุ่งอรุณ

“กบินทร์บุรี” จบเลกแรกด้วยตำแหน่ง “รองจ่าฝูง”

ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน รั้งอันดับ 3 วิ่งตามหลัง เกาะขวาง เอฟซี และ บ้านค่าย ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงและจ่าฝูง อยู่ 6 คะแนน

ทีมอันเป็นตั้งของด่านชายขอบเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี โม่แข้งไปแล้ว 7 นัด มี 20 คะแนน อันมีที่มาจากชัยชนะ 5 เสมอ 5 และปราชัยเพียง 2 เกมเท่านั้น

อันดับ 3 ณ ตอนนี้ อาจมิใช่แรงปรารถนาสูงสุด หรือดีสำหรับใครบางคน แต่ที่สนามน้อมเกล้า มหาราช สังเวียนเหย้าของทีมเล็กๆ ใน อ.กบินทร์บุรี มันชั่งชุ่มช่ำหัวใจ

ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของสโมสร “กบินทร์บุรี” เมื่อปี 2553 จวบจนวันนี้ “ก้นตาราง” ดูจะเป็นสถานที่ที่พวกเขา “คุ้นชิน” เป็นส่วนใหญ่

ในแต่ละปี นับแต่ลงเสาเอกสโมสรบนลีกอาชีพ จนถึงปี 2557 “รองบ๊วย” แทบจะเป็นสัมปทานของ “กบินทร์บุรี” ในโซนตะวันออก

แม้จะเป็นสโมสรนำร่อง 2 ทีม ใน 1 จังหวัดยุคแรกๆ หากแต่ตลอดหลายปี “หนุมาน” แห่ง จ.ปราจีนบุรี ตนนี้ เผชิญปัญหามากมาย เช่นเดียวกับทีมขนาดเล็กในฟุตบอลบ้านเรา

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ หาได้เป็นถ้วยรางวัล หรือการตีตั๋วสู่รอบแชมเปี้ยนลีกส์ หากแต่คือ อันดับ 5 เมื่อฤดูกาลก่อน

ทว่า ในช่วง 2- 3 ปีหลัง “กบินทร์บุรี” มีความพยายามจะถีบตัวเองออกจาก “หลุมดำ” ด้วยการสังคายนาหลายๆ อย่างภายในทีมเพื่อให้มีความเป็นมืออาชีพ

กระทั่งการมาของ “โค้ชมาร์ค” สรศักดิ์ แรตสอน กุนซืออายุน้อย แต่ชราประสบการณ์ โปรไฟล์ดีเยี่ยมสำหรับลีกรากหญ้า ทั้งพา พิจิตร เอฟซี ไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีกส์ การวางรากฐาน ลำปาง เอฟซี จนโลดแล่นอยู่ในไทยลีก 2 ปัจจุบัน

ตลอดจนทีมใหญ่ในลีกรากหญ้า แพร่ ยูไนเต็ด, หนองคาย เอฟที, ลำพูน วอริเออร์ และ ตาก ซิตี้ เหล่านี้ผ่านการการวางหมากจากเขามาหมดแล้วทั้งนั้น

การเดินเข้ามา ในกลางปี 2561 สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมาย เขาทำให้สโมสรที่ความหวังแห้งผาดมีชีวิตชีวา และพาทีมขึ้นสูงที่สุด ดังไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวประวัติ “กบินทร์บุรี ยูไนเต็ด”

กลศึกที่ชาญฉลาด พร้อมกับการออกแบบวิธีเล่น คลุกเคล้ากับผู้เล่นล้นประสบการณ์ที่ถูกดึงมายกระดับทีม ทำให้ปีนี้ “หนุมาน” เหาะกินลงกา!! กว่าที่คนคิดไว้

“กัปตันมาริโบ้” เมธี ปุ้งโพธิ์ แข้งลายคราม ผู้ผ่านชีวิตค้าแข้งมาอย่างโชกโชน ไม่ได้เป็น “เดอะแบก” หากแต่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยประคองน้องๆ ยามคับขันได้

แม้อายุอานามจะสูงขึ้น แต่จังหวะจบสกอร์ของศูนย์หน้ารายนี้หากได้สนิมเกาะแต่อย่างใด หลายลูกถูกเปลี่ยนเป็นประตูจากเจ้าของนัมเบอร์ 87 คนนี้

เมื่อปรุงแต่งกับผู้เล่นตัวเก๋า และมีประสบการณ์อย่าง ธีรพงษ์ สว่างศรี, กิตติธัช ประจันทาสี อดีตเยาวชนทีมชาติไทย เรื่อยไปถึง “อมิดู จามาล” แข้งผิวสี

ทำให้ “กบินทร์บุรี” กลมกล่อมขึ้น

อย่างนัดก่อนที่จะมาปราชัยให้กับ “บ้านค่าย ยูไนเต็ด” ในนัดล่าสุด ขุนพล “หนุมานชาญสมร” ก็แสดงให้เห็นว่า นักเตะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในลีกบนมา สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่างชัดเจน โดย 2 ประตู ในเกมเฉือนจันทบุรี เอฟซี 2-1 ก็มาจาก “กัปตันมาริโบ้” และ “ธีรพงษ์”

สำหรับไทยลีก 4 ที่ต้องฟาดแข้งกันถึง 4 เลก กับสถานะปัจจุบันของพวกเขา ถือว่า ไม่ไกลเกินจริงหากคิดจะอาจเอื้อม เมื่อทีมมี “ทรง” จากมันสมองขงเบ้ง ผสมกลมกลืนกับ “แข้งชั่วโมงบินสูง”

ที่สนามน้อมเกล้า มหาราช นอกจากรูปปั้น “หนุมาน” ที่เป็นสัญลักษณ์แล้ว เสียงรถไฟที่แล่นเลียบผ่านขอบสนามแบบประชิดคือ อีกไฮไลต์

คนมักจะพูดกันว่า หากไปสนามแห่งนี้ ก่อนเกมจะเห็นรถไฟจาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผ่านรังเหย้าเป็นแบล็กกราวด์ที่คลาสสิก

ส่วนระหว่างเตะ จะสลับเป็น รถไฟจากจากกรุงเทพฯ ที่ฉึกฉักสวนไปยัง อ.อรัญฯ มันให้อารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

ขณะที่ “หนุมาน” ตนนี้ กำลังต่อคิวตีตั๋ว หวังได้ขึ้น “ขบวนแชมเปี้ยนลีกส์” เพื่อสร้างประวัติศาสตร์สโมสร.

เรียบเรียงโดย : วนิลลาสกาย
ขอบคุณภาพ : สโมสรสายมิตรกบินทร์ ยูไนเต็ด

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *