• Home
  • Special Report
  • หลวงพ่อสอนเตะบอล/ดื้อนั่งสมาธิหน้าเมรุ/เก่งบวกจังหวะ

หลวงพ่อสอนเตะบอล/ดื้อนั่งสมาธิหน้าเมรุ/เก่งบวกจังหวะ

By on April 30, 2019 0 1648 Views

DST.Special Report : ฤดูกาลก่อนสัมปทาน “แบ็กซ้าย” ชัยนาท ฮอร์นบิล ถูกจับจองโดย “เจ้าแทน” เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม

แต่มาฤดูกาลนี้ ขาประจำในตำแหน่งดังกล่าวถูกแทนที่โดย “เจ้าแม็ก” จตุรภัทร สัทธรรม เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่โชว์ผลงานได้โดดเด่นอย่างมาก

คงไม่แปลก ที่หนูน้อยวัย 19 ปี จะได้ลงเล่นตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ “เดนนิส อมาโต้” ที่มักให้โอกาสทุกคนโดยไม่มีเพดานเรื่องวัยมาเป็นเส้นแบ่งในการเลือกผู้เล่น 11 คนแรก

หากแต่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายก่อนจะถึง “จตุภัทร” มีพี่ๆ ในทีมที่มีประสบการณ์และฝีเท้าดีเป็นตัวเลือกก่อน ไม่ว่าจะเป็น เกียรติศักดิ์ หรือรุ่นใหญ่อย่าง “เจ้าอาร์ท” จิระ เจริญสุข

ทว่า หลังผ่าน 8 นัด “เจ้าแม็ก” กลับเป็นนักเตะที่ลงในตำแหน่งดังกล่าวมากที่สุด จนเรียกว่า เขาคือ ตัวเลือกแรกไปแล้ว และยังเป็น 1 ในนักเตะที่สาวก “พิงค์เรนเจอร์” ยกให้เป็นขวัญใจ

แต่ก่อนเขาจะมายืนตรงนี้ได้ มันไม่ใช่แค่ฝีมือเพียงอย่างเดียว หากแต่มีเรื่องของ “จังหวะ” และ “โชคชะตา” เข้ามาผสมโรง

ฤดูกาล 2018 เลกแรก “เจ้าแม็ก” ถูกส่งไปเสริมกระดูกกับทีมชัยนาท ฮอร์นบิล ชุดบี ก่อนทั่งเลกสอง ถูกปล่อยไปให้ “อุบล ยูเอ็มที” ยืมใช้งาน โดยได้ลงเล่น 7 นัด ทำได้ 1 ประตู กระทั่งจบฤดูกาลได้กลับมายังต้นสังกัดที่แท้จริงอย่างชัยนาท

จากนั้นหนองบัว พิชญ เอฟซี ทีมดังจากไทยลีก 2 ได้ติดต่อกับสโมสรว่า จะขอยืมตัวไปใช้ แต่เดนนิส อมาโต้ ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ต้องการใช้งาน พร้อมกับให้ขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ทันที

“จตุรภัทร” ยอมรับว่า ตอนอยู่อุบลฯ เขามีความมั่นใจมาก และคิดว่า หากเดนนิส อมาโต้ ให้โอกาสจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำได้ แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เล่นตัวจริงเร็วขนาดนี้

“ในเกมนัดเปิดฤดูกาลกับสุพรรณบุรี เอฟซี บังเอิญว่าพี่แทน (เกียรติศักดิ์) เจ็บท้อง ส่วนพี่อาร์ท (จิระ) ก็เจ็บ เหลือทางเลือกเดียวคือ ผม และเดนนิสก็เลือกผมให้ลงเล่นเป็นตัวจริงในวันนั้น มันจึงเหมือนเป็นจังหวะของผม แล้วพอลงไป ผมก็ดันทำได้ มันยิ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นไปอีก”

ขณะที่ตำแหน่งแบ็กซ้าย แม้ไม่ใช่ตำแหน่งแรกของ “เจ้าแม็ก” ที่เดิมเล่นเกมรุกในตำแหน่งปีกซ้าย แต่เขากลับไม่มีปัญหาเมื่อผู้เป็นโค้ชมอบหมายหน้าที่ “ไม่มีปัญหาครับ ผมโอเค โค้ชตั้งไว้ให้แบบนี้ เขาอาจเห็นอะไร เราก็แค่เล่นตามแท็กติกที่วางเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ด้วยตำแหน่งที่ต้องเผชิญกับเกมรุกฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะพวกที่มีความเร็วสูง ทำให้หลายจังหวะในเกมต้องเข้าปะทะหนักๆ สุ่มเสี่ยงจะกระทบกระทั่ง แต่หลายครั้งผลผลิตจาก “ศิริศักดิ์อะคาเดมี่” ของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทยเลือกที่จะเดินหนี ไม่ทะเลาะด้วย ทั้งที่ช่วงวัยของเขากำลังอยู่ในระดับห้าวเป้ง ที่เรามักจะเห็นผู้เล่นวัยนี้แสดงออกทางอารมณ์ที่ดุเดือด

“ไม่รู้นะครับ ผมว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปกระทบกระทั่งกัน เราเข้าหนักตามจังหวะเกม และที่เป็นแบบนี้อาจเพราะผมเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก”

เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ท้าวความหลังให้ฟังว่า ตอน 10 ขวบ เป็นเด็กที่ติดเกมส์มาก หนักไปถึงขั้นดื้อ พ่อกับแม่เองก็ไม่มีเวลาดูแล จึงตัดสินใจส่งเขาไปอยู่กับหลวงพ่อที่วัดน้ำคอก จ.ระยอง โดยหวังว่า ธรรมะจะขัดเกลาเด็กคนนี้ได้ และนั่นกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ในชีวิตของ “จตุรภัทร”

“ตอนนั้นผมอยู่ ป. 5 หลวงพ่อเป็นคนสอนผมเล่นบอล เวลาผมดื้อมากๆ ท่านจะทำโทษผมโดยการให้ไปนั่งสมาธิหน้าเมรุเผาศพ หลวงพ่อยังสอนอีกว่า การใช้อารมณ์ไม่ส่งผลดีใดๆ ทั้งสิ้น ผมถูกปลูกฝังและสอนมาแบบนี้ตลอดการอยู่วัด มันอาจทำให้ผมใจเย็นมั้งครับ อีกอย่างผมเวลากระทบกระทั่งในสนามผมก็ไม่อยากออกปฏิกิริยาอะไร ผมว่ามันดูไม่ดีด้วย ผมจดจ่อไปที่เกม”

ขณะเดียวกัน แม้วันนี้เขาจะยึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายของชัยนาทได้ พร้อมกับคำชมอีกมากมายที่ถาโถมใส่เขาจากฟอร์มการเล่น จนมีเสียงเรียกร้องให้ “อเล็กซานเดอร์ กามา” ใช้บริการแข้งฟอร์มแรงรายนี้ในทีมชาติไทยยู 23 แต่อดีตนักเตะโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา และคริสเตียน กลับไม่เหลิงลมกับคำเยินยอใดๆ

“ผมก็ไม่ได้ชะล่าใจนะครับแม้จะได้ลงเล่นต่อเนื่อง แต่ยังคงพัฒนาและพิสูจน์ตัวเองต่อไป ไม่กล้าหลงตัวเอง เพราะผมคิดว่ามันอาจจะทำให้เป๋ได้ พยายามทำให้ดีที่สุดในทุกๆ แมตซ์ดีกว่า”

ถือเป็นแข้งพรสวรรค์อีกคนที่น่าจับตา และในทุกๆ ถ้อยคำสนทนาจากเด็กหนุ่มวัยยังไม่ 20 ปีคนนี้ มันทำให้เห็นว่า “โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน.

เรียบเรียงโดย : วนิลลาสกาย
ขอบคุณภาพ : เพจ Chainat Hornbill Football Club

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *