• Home
  • Special Report
  • ไทยลีก 1 กทม.เหลือแค่ ‘ท่าเรือ’ ไทยลีก 2 ‘อีสาน’ ยึดครองแล้ว

ไทยลีก 1 กทม.เหลือแค่ ‘ท่าเรือ’ ไทยลีก 2 ‘อีสาน’ ยึดครองแล้ว

By on February 1, 2019 0 1995 Views

                DST.Special Report  : หลายปีมานี้ “ทีมองค์กร” หลายแห่งค่อยๆ หายหน้าหายตาไป จากปัจจัยทางด้านเงินทุน และฐานแฟนคลับ ขณะที่ “ทีมจังหวัด” ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ค่อยๆ สลับหน้ากันขึ้นมาอวดโฉมบน “ลีกสูงสุด” และ “ลีกพระรอง”

                สีสัน บรรยากาศการเชียร์ จึงดูหลากหลาย หลายจังหวัดที่เคยเป็น “ทางผ่าน” และไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เข้ามาคุ้นหูผู้คนมากขึ้นจากการมี “ทีมฟุตบอล” ที่โลดแล่นบนลีกระดับสูงของประเทศ

                 บางจังหวัดใช้ “ทีมฟุตบอล” แนะนำตัวเอง ขยายผลไปสู่“การท่องเที่ยว” ภายในจังหวัด ทำให้พวกเขา“มีตัวตน” มากขึ้นกว่าในอดีต

                แฟนบอลทีมบางจังหวัดบางแห่ง ดูภูมิอกภูมิใจในทีมบ้านเกิด แม้จะไม่มีถ้วยรางวัล แต่การที่มีทีมบ้านเกิดลงแข่งขันมันก็ทำให้พูดได้เต็มปากว่า “นี่บ้านกู”

                 ไม่แปลก เมื่อวิถีชีวิตของคนไทย แม้จะเปลี่ยนผ่านมายุค 4.0 แต่ความเป็น “ท้องถิ่นนิยม” นั้นยังคงมีอยู่แบบสูง ไม่เจือจาง

                และก็ไม่แปลกอีกเช่นกัน เมื่อทีมจังหวัด จะมีกองเชียร์ แฟนคลับ เข้าไปแหกปากเชียร์ในสนามดูหนาตา เมื่อกล้องแพลนไปบนอัฒจันทร์

                 แต่ก่อนตอนที่ “ฝุ่น” ยังไม่คะนองเข้ามาก่อเหตุวิวาทกับอวัยวะภายในร่างกาย  ทีมที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพ มักจะกระจุกตัวกันอยู่ที่ “เมืองหลวง”  ขณะที่ปัจจุบัน ทีมต่างจังหวัดมุ่นมั่นจริงจัง ยกระดับตนเองเข้ามาเทียบชั้นกันหลายต่อหลายทีม มันจึงเป็นเหตุให้ “ทีมองค์กร” อยู่ในช่วง“โลว์ซีซั่น”

                 วันนี้จึงขอรวบรวมว่า ปัจจุบันในลีกเบอร์ 1 และ 2 ของประเทศ เรามีทีมองค์กรเหลืออยู่กี่แห่ง ทีมจังหวัดกี่แห่ง และภาคไหนออกมาป้วนเปี้ยนกันมามากที่สุด

                 เริ่มจากไทยลีก 1 จำนวน 16 ทีม ขณะนี้เหลือทีมที่มีสนามอยู่ใน “กทม.” เพียง 1 แห่งเท่านั้น คือ “การท่าเรือ เอฟซี” ขณะที่ “ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด” ที่ชื่อกรุงเทพฯ เจ้าของเป็นคนกรุงเทพฯ และเริ่มต้นว่าจะเป็นทีมของคนกรุงเทพฯ ปัจจุบันใช้สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต จ.ปทุมธานี

                 ขณะที่ “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” แม้ความรู้สึกจะเหมือนอยู่ในเมืองกรุงฯ แต่ที่ตั้งของสนาม ก็อยู่ที่เมืองทองธานี ใน จ.นนทบุรี ส่วนอีกทีมที่อยู่ในปริมณฑลคือ “สมุทรปราการ ซิตี้” ที่ใช้สนามกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย บางพลี จ.สมุทปราการ เป็นรังเหย้า

                 เท่ากับว่า ทุกวันนี้บนลีกสูงสุดเราเหลือทีม กทม.และปริมณฑลแค่ 4 ทีมเท่านั้น

                 ไปที่ทีมภาคกลางบนลีกสูงสุด มี 3 ทีมเท่านั้น คือ สุพรรณบุรี เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล และสุโขทัย เอฟซี (ยึดข้อมูลแผนที่ประเทศ) ส่วนภาคตะวันออกมี 3 ทีมคือ ชลบุรี เอฟซี, พีทีที ระยอง เอฟซี และตราด เอฟซี

                 ภาคตะวันตก 2 ทีมคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และพีที ประจวบ เอฟซี ขณะที่ภาคอีสาน มี 2 ทีม ได้แก่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้านภาคเหนือ ก็มี 2 ทีมเช่นกันคือ  เชียงใหม่ เอฟซี และสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

                 ซึ่งยังขาด “ภาคใต้” เพียงภาคเดียว

                 ลงมาที่ “ไทยลีก 2” ที่มี 16 ทีม มีทีมที่สนามตั้งอยู่ใน กทม. 4 ทีมคือ ม.เกษตรศาสตร์ เอฟซี, ไทยฮอนด้า, โปลิศ เทโร เอฟซี และอาร์มี่ ยูไนเต็ด

                 ส่วนปริมณฑล มี 4 ทีม ได้แก่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี (สนามตั้งอยู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี), เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด ที่ใช้สนามกีฬาลาดกระบัง 54 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เอฟซี

                 ขยับมาภาคกลาง มี 1 ทีมคือ อยุธยา ยูไนเต็ด ภาคเหนือมี 2 ทีมคือ เจแอล เชียงใหม่ และลำปาง เอฟซี ส่วนภาคตะวันออก 2 ทีม ได้แก่ ระยอง เอฟซี และราชนาวี (สัตหีบ)

                 ภาคอีสาน คือ ภาคที่มีทีมจังหวัดเข้ามาแข่งขันในไทยลีก 2 มากที่สุด 5 ทีม ได้แก่, ขอนแก่น เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี, หนองบัว พิชญ, อุดรธานี เอฟซี และอุบล ยูไนเต็ด

                 ซึ่งก็ไร้ทีมจาก “ภาคใต้” อีกเช่นกัน

เรียบเรียงโดย : วนิลลาสกาย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *