• Home
  • Exclusive
  • คนเล็ก ใจใหญ่​ “สุขพร วงศ์เชียงคำ” ทุกอุปสรรคคือ “บททดสอบ”

คนเล็ก ใจใหญ่​ “สุขพร วงศ์เชียงคำ” ทุกอุปสรรคคือ “บททดสอบ”

By on December 24, 2018 0 1209 Views

DST.Exclusive :  เป็นที่ฮือฮาไม่น้อย สำหรับการเลือกโควตาอาเซียน ของทีม “นกใหญ่พิฆาต – ชัยนาท ฮอร์นบิล” เป็นชายร่างเล็ก ที่ชื่อ “เดวิด – สุขพร วงศ์เชียงคำ” 

เหตุผลที่ต้องฮืออา เพราะส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ความแปลกใจ ทำไม “นกใหญ่ฯ” ต้องเลือกแนวรุกร่างเล็ก สูงเพียง 156 เซนติเมตร แทนเลือก แข้งอาเซียน ที่มีร่างกายกำยำ กว่านี้

แต่ความแปลกใจนั้น ถูกไขความกระจ่าง เพราะดีกรีและฝีเท้าของ “เดวิด” ที่ถูกขนาฉายา ให้เป็น “เมสซี่แดนลาว” คู่ควรสำหรับ การวาดลวดลาย และ ฝีเท้า บนลีกสูงสุด 

หากใครติดตามผลงาน จะพบว่า “เดวิด”  คือ เพื่อนซื้อของ “เมสซี่เจ – ชนาธิป สรงกระสินธ์” เมื่อร่วมทีมเยาวชนของสโมสรบีอีซี เทโร ศาสน ,เคยค้าแข้งในไทย นานหลายปี แม้จะเป็นทีมลีกพระรอง ทั้ง กระบี่ เอฟซี, พิษณุโลก เอฟซี, สระบุรี และล่าสุด ศรีสะเกษ เอฟซี แต่ทุกทีที่เขาลงสนาม คือ การปรบมือชื่นชมและยอมรับ

นอกจากนั้นในนามทีมชาติลาว เขายังเป็น 1 ในนักเตะที่ถูกยอมรับ วางบทบาทให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของชาติ อีกหลายรายการ

แต่ ความสำเร็จที่มีในวันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ DailySoccerThailand ต้องการนำเสนอ

เพราะ เรื่องราวในชีวิตของ “สุขพร” แข้งลาวที่มี “เลือดนักสู้” และ “ลูกบ้า” เป็นธงนำ มีมุมชีวิตที่แสนจะเจ็บปวด

“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัววงศ์เชียงคำ ที่เมืองปากเซ ประเทศลาว ที่บ้านฐานะไม่ดีหรอกครับ แต่จุดนี้ทำให้ครอบครัวผมต้องสู้ และด้วยได้รู้จักกับกีฬา อย่างฟุตบอลทำให้ผมวางเป้าหมายว่า ในชีวิตนี้จะไปให้ถึงจุดไหน”

ในวัย 13 ปี “เดวิด” ต้องจากบ้านไปอยู่ที่นครหลวงเวียนจันทน์ เพราะอะคาเดมี่เอสซาล่า  เห็นแววดาวรุ่ง แม้จะเป็นช่วงที่ทำใจลำบาก แต่เพื่อเป้าหมายและความเข้าใจของครอบครัว ทำให้ “ลูกชายคนเล็ก” ที่แม่สุดหวง ออกเดินตามทางความฝัน

กับก้าวแรกในวันนั้น เขาต้องใช้ เวลาพิสูจน์ตัวเอง ถึง 7 ปี  กว่าจะกลายเป็น “คนที่ถูกเลือก” 

ซึ่งหมายถึง การรับใช้ชาติ ฐานะนักเตะทีมชาติลาวชุดใหญ่ ที่เขาใฝ่ฝันและเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต แม้ก่อนหน้านั้นเขาเคยได้รับโอกาส เป็น นักเตะในสังกัด ทีมชาติชุดเล็กมาแล้วก็ตาม

“ผมโชคดีอย่างหนึ่งที่ผมถูกเลือก โดยไม่คิดว่าจะเป็นคนนั้น เพราะผมตัวเล็ก ทำให้มีแต่คนดูถูก รวมถึงดาวเด่นของทีมชาติลาวยุคนั้น ที่ยังไม่ทันเห็นผมได้ลงสนาม ก็ไล่ให้ผมกลับบ้านไป”

แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้​ “เดวิด”  ถูกเลือก!! 

แน่หละ อาจไม่ใช่ความต่างจากคนอื่นที่ตัวเล็ก แต่คือมุมมอง ที่กล้าเผชิญหน้ากับกำแพงสูง และพร้อมปีนขึ้นไปสู่ยอด เพื่อพิสูจน์ตัวเอง

“ตอนติดทีมชาติลาว ผมตื่นเช้า ทำสมาธิ ผ่านการอ่านคัมภีร์ไบเบิล จากนั้นลากถุงฟุตบอลไปซ้อมคนเดียว ผมตั้งเป้าและอธิษฐานกับพระเจ้าว่า ผมจะประสบความสำเร็จให้ได้ จากคู่แข่งหลักร้อยคน ผมผ่านเข้ารอบ 50 คนสุดท้าย 30 คนสุดท้าย และ 22 คนสุดท้าย จนในที่สุดมีโอกาสเป็นตัวจริง ในเกมทีมชาติปี 2010 ส่วนหนึ่งเพราะโค้ชเชื่อมั่นในตัวผมว่าผมทำได้”

และในปีนั้นที่ “สุขพร” ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง เขาโชว์ฟอร์ม ได้ดีในนัดที่เจอทีมชาติไทย และเขาเป็นนักเตะลาวคนแรกในเกมนั้น ที่ยิงประตูแรกให้กับทีม พร้อมเอาชนะทีมชาติฟิลิปินส์ ที่ขนนักเตะทีมชาติ ที่ผ่านศึกในลีกยุโรป จนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง

 

แม้จะประสบความสำเร็จตามใจฝัน แต่ในวัย 24 ปี เขาต้องแขวนสตั๊ด!! และอำลาบทบาทฐานะนักเตะ เพราะเบนเข็มชีวิต ไปเป็น ผู้ให้โอกาสกับเด็กในประเทศ ที่ยอมรับว่ายังขาดโอกาสอีกมาก 

ซึ่งเขาได้เลิกจริง แต่ไม่นาน เพราะด้วยความรักอย่างจับหัวใจกับ “ฟุตบอล” ทำให้เขาต้องกลับคืนสู่สนาม

และในทีมแรกที่เขาเลือก คือทีมในไทยลีก “สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี” ปี 2018 เพราะส่วนหนึ่งต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่

“มีลีกที่ลาวติดต่อ แต่ผมคิดว่าอยากพัฒนาตัวเอง จึงออกมานอกประเทศ และอยากเป็นใบเบิกทางให้รุ่นน้องในชาติด้วย ผมเชื่อว่าด้วยความสามารถของผมสามารถตอบโจทย์ในเกมและทีมได้  แม้รูปร่างของผมจะเล็กเกินมาตรฐาน”

แน่นอนว่า ในเกมนัดแรกที่ถิ่นไทย ย่อมเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ และคำดูถูก แต่นั่นไม่ทำให้เขาต้องทุกข์ใจกับคำพูดของใคร เมื่อเป้าหมายของเขาชัดเจน คือ  ​การทำผลงานให้ดีที่สุด

“ก่อนเข้าศรีสะเกษ ผมต้องถูกทดสอบถึง 3 สัปดาห์ ซึ่งแรกๆ น้าฉ่วย-สมชาย  ชวยบุญชุม เฮดโค้ช เดิมมาถามผมว่าจะเซ็นต์สัญญาให้ผมดีหรือไม่ ซึ่งผมเข้าใจว่าความหมายคืออะไร ผมจึงบอกว่าขอโอกาสสักครั้ง ผมจะทำให้ดู และหลังจากเซ็นต์สัญญา ลงเล่นไปประมาณ 4 แมชต์ น้าฉ่วยเดินถามผมอีกครั้ง ว่า ให้เงินเดือนน้อยไปหรือเปล่า”

แต่กว่า “สุขพร” จะกลายเป็น “นักเตะ” ที่ทีมศรีสะเกษขาดไม่ได้ แต่แข้งเล็กใจใหญ่ ที่ได้ใส่เบอร์ 7  ซึ่งเคยเป็นเบอร์ซุป”ตาร์ของทีมมาก่อน ทำให้เขาถูกดูถูกตั้งแต่ยังไม่เริ่มโชว์ฟอร์ม

“ผมไม่ตอบโต้นะ เพราะทั้งหมดคือสิ่งที่พิสูจน์ผม เป็นสิ่งที่พระเจ้าส่งมาให้เป็นบททดสอบจิตใจ และสิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวทั้งตอนนั้นและตอนนี้คือ ผมคือตัวแทนของประเทศลาวที่ มาพิสูจน์ตัวเอง” 

กับสิ่งที่สร้างให้ “สุขพร” เป็นเดอะแบก และเป็นความหวังให้กับชาติลาว , รุ่นน้องที่ลาว รวมถึง วางเป้าเป็นความหวังของ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ในฤดูกาล 2019 เป็นสิ่งที่เขาภูมิใจ ตลอดถนนชีวิตค้าแข้ง 13 ปี แม้จะมีมุมที่ทำให้ท้อใจ แต่เขาไม่เคยถอย

ซึ่งบททดสอบที่เขาเจอ มีสิ่งที่อยากส่งผ่านถึง “เยาวชน” ที่กำลังจะก้าวสู่เกมแห่งชีวิต คือ “อย่าไปคาดหวัง ขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะการทำเต็มที่นั้น หมายถึงการให้หนัก เพื่อมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ  เกมฟุตบอลไม่มีใครชนะอยู่ตลอด แต่ความแพ้พ่ายที่ได้เจอ คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บทเรียน และเติบโต”

 ส่งท้ายกันนิด…​รู้หรือไม่ว่า ก่อนที่ “นกใหญ่ พิฆาต” จะคว้าตัว “เมสซี่ลาว” มาอยู่ในสังกัด

ก่อนหน้านั้นทีมใหญ่ อย่าง “ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด” เกือบปิดดีลได้สำเร็จ แต่เหตุผลที่ทำให้เขามาอยู่ในถิ่นชัยนาท นั้นคือ การประมาณตนเอง เมื่อเขาจะเร่ิมสู้บนลีกสูงสุดของประเทศ คือ การค่อยๆ สร้างตัว 

และ “สุขพร” ฝากถึงแฟนบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วยว่า “ผมสัญญาจะทำทุกวินาที ในสนามให้ทุกคนได้รับความสุขที่สุด สิ่งที่ผมได้รับโอกาสครั้งนี้ ผมจะตอบแทนทุกคนให้มีความสุขมากที่สุด” 

เมื่อถึงสัญญาณนกหวีดเริ่มเกม เชื่อว่า “สุขพร วงศ์เชียงคำ” แนวรุกนกใหญ่สัญชาติลาว  จะเป็นดาวอีกดวงที่ไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอน.


ขอบคุณ สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล 

BY BlackSugar 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *