• Home
  • Special Report
  • 3 ปี ก็เพียงพอสำหรับ “ตำนาน” ของ “ฟลอร็องต์ ซีนามา ปงโกลล์”

3 ปี ก็เพียงพอสำหรับ “ตำนาน” ของ “ฟลอร็องต์ ซีนามา ปงโกลล์”

By on October 23, 2018 0 1900 Views

DST.Special Report : มีหลายคนตั้งคำถามมากมายกับ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ถึงการดึง “ฟลอร็องต์ ซีนามา ปงโกลล์” อดีตศูนย์หน้าชื่อดังของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มากู้วิกฤติ เพื่อหนีตกชั้นในฤดูกาล 2016 ว่ามันเสี่ยงเกินไปหรือไม่

นั่นเพราะชื่อของ “ปงโกลล์” หายจากวงการไปนานนม จนบางคนคิดว่า เขาเลิกเล่นแล้วด้วยซ้ำ หลังกลายเป็นนักเตะพเนจร  ทำให้ภาพของ เพชฌฆาตเลือดน้ำหอม ที่ในยูนิฟอร์มทีมใหญ่ ครั้งสุดท้ายน่าจะเป็น “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ยอดทีมจากแดนกระทิง

คอบอลไทยหลายคนพอทราบข่าวว่า “เฮียรุทธิ์” อนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรนกใหญ่ ลงทุนไปจีบด้วยตัวเอง หลัง “ปงโกลล์” กลายเป็นส่วนเกินของ “ดันดี ยูไนเต็ด” ในลีกสกอตแลนด์ พลางอุทานกันระงมว่า ยังอยู่อีกหรอ! จะเล่นไหวหรอ แก่ปานนี้!

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ “ปงโกลล์” เป็นนักเตะที่เลย “จุคพีค” ของตัวเองมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับ “หงส์แดง” 2004/2005 การดึงหอกเลือดเฟรนซ์ ในวัย 31 ปี ที่แทบไม่มีใครพูดถึงแล้วในโลกฟุตบอล เป็นการ “เสี่ยง” สำหรับภารกิจที่มีความสำคัญ

ขณะเดียวกัน เป็นการดึงมาในช่วง “ครึ่งฤดูกาล” แม้เขาจะเป็นนักเตะที่ผ่านลีกใหญ่ๆ ในยุโรปมามากมาย แต่ฟุตบอลในเอเชียคือ เรื่องใหม่สำหรับเขา มันย่อมต้องใช้ระยะเวลาปรับตัว และมันจะทันกาลหรือไม่?!? ที่สำคัญ เม็ดเงินที่ต้องจ่ายค่าแรงนักเตะโปรไฟล์สูงคนนี้มันต้อง “สูงระยับ” มันจะคุ้มค่าหรือ

ทว่า นี่เครื่องหมายคำถามก่อนวันที่ “ปงโกลล์” จะรอดซุ้มประตู สนามเขาพลอง สเตเดี้ยมเท่านั้น เพราะหลังจากนั้น มันมีแต่ความ “ทึ่ง” ในคลาสบอลของดาวเตะหมายเลข 10 คนใหม่ของ “ชัยนาท”

“โฟล” คือ นิกเนมที่เขาให้ทุกคนใน “เขาพลอง” เรียกชื่อเขา ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีทำประตูในสีเสื้อต้นสังกัดใหม่ของตัวเอง “ความเร็ว – ชั้นเชิง – ความเฉียบคม” คือ ความต่างที่เขาแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“โฟล” เป็นหนึ่งคนที่ทำลายกำแพงที่ว่า นักเตะโปรไฟล์หรูจากต่างแดนเข้ามาแค่ “โชว์ตัว” หรือ “กอบโกยเงิน” เท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้ฟอร์มสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

ทุกนัดที่ “โฟล” ลง เขาแสดงออกถึงความเป็น “มืออาชีพ” แม้ต้นสังกัดของตัวเองเป็นทีมจังหวัดเล็กๆ และกำลังจะตกชั้น เขามุ่งมั่นในทุกๆ เกมที่ลงเล่น

ที่สำคัญ “นัมเบอร์เท็น” แห่งเขาพลอง ให้เกียรติเพื่อนร่วมทีมทุกคน โดยไม่แบ่งชนชั้นว่า ตัวเองเป็นอดีตซุปเปอร์สตาร์ชื่อก้อง

ในครึ่งฤดูกาลหลังของฤดูกาล 2016 “โฟล” รัวประตูให้ทีมได้เกือบจะทุกนัด (10 นัด 13 ประตู 2 แอสซิสต์) จนทำให้โอกาสรอดของ “ชัยนาท” เปิดกว้างอย่างมาก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ขณะที่บางแมตซ์แม้ตัวเขาได้รับบาดเจ็บถูกเปลี่ยนออก ก็จะมายืนกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมข้างสนามให้ “สู้” จนวินาทีสุดท้าย

หลังทีมต้องตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 มีหลายทีมจาก “ไทยลีก 1” ติดต่อมายังชัยนาทเพื่อขอซื้อตัวเขา เวลานั้นสาวกนกใหญ่ทำใจว่า ต้องสูญเสียนักเตะชั้นยอดคนนี้แน่

แต่แล้ว “โฟล” ยืนยันกับ “เฮียรุทธิ์” ว่า เขาอยากจะช่วยชัยนาทให้กลับขึ้นชั้นให้ได้ เพราะไม่เห็นด้วยที่ต้องตกชั้นด้วยกฎที่ไม่มีบทบัญญัติหรือธรรมนูญใดๆ ในโลกฟุตบอล

และที่ไทยลีก 2 “โฟล” แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า เขาคือ “ของจริง” แค่เพียงแมตซ์แรกของฤดูกาล ขวัญใจพิงค์ เรนเจอร์ ก็กระโดด “จักรยานอากาศ” ใส่ “เชียงใหม่ เอฟซี” พาบอลไปกองก้นตาข่ายอย่าง “เพอร์เฟกต์” จน มุนโด สเปอร์ติโบ สื่อในประเทศสเปน ยกย่องการยิงประตูสุดสวยของเขา

ให้ชิงรางวัล “ปุสกัส อวอร์ด” แข่งกับ “เฟอร์นานโด ตอร์เรส” และในฤดูกาลเดียวกัน เขาก็ทำท่าเดียวกันได้อีกครั้งในแมตซ์ที่เจอ “นครปฐม ยูไนเต็ด”

เบ็ดเสร็จ ในไทยลีก 2 “โฟล” ลงสนามไป 26 นัด ยิงไปได้ 14 ประตู พานกใหญ่ฯ หวนคืนลีกสูงสุดได้ในฐานะ “แชมป์” ก่อนที่ปีนี้ เขาจะทำภารกิจสำคัญได้สำเร็จอีกครั้ง หลังพาต้นสังกัด รอดตกชั้นอย่างปาฏิหาริย์

ในวัย 34 ปี เขาอาจไม่ได้ลงเล่นในทุกนัด หรือเต็มเวลา หนำซ้ำยังถูกลดบทบาทลงไปเล่นกองกลางบ่อยๆ เพื่อใช้เชิงบอลที่มีทำเกม คุมจังหวะ และป้อนบอลให้เพื่อนทำประตู แต่ “โฟล” ไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจ และปริปากบ่น

ทุกๆ ครั้งที่มีสื่อมาขอสัมภาษณ์ “โฟล” จะพูดถึงชัยนาทและเมืองไทยในแง่ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้คน อาหาร และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะกับ “ชัยนาท”  เมืองเล็กๆ ที่เขากล่าวถึงอยู่บ่อยๆ ว่า “สโลวไลฟ์” และ “น่าอยู่” 

การ “แยกทาง” วันนี้มันเป็นวิถีของฟุตบอล และถ้าจะบอกว่า มันเป็น “ฉากจบ” ของละครชีวิตที่โคตรแฮปปี้เอนดิ้งคงไม่ผิดนัก

“โฟล” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นมืออาชีพ เขารักในฟุตบอล ไม่ว่าต้นสังกัดจะมีขนาดเท่าไหน ที่สำคัญ เขาไม่ลืมโอกาสที่ “ชัยนาท” หยิบยื่นให้ในวันที่เขาเป็นส่วนเกินที่สกอตแลนด์ และอยู่ช่วยทีมจนผ่านพ้นคืนวันอันเลวร้าย

เขาเป็นสำคัญที่ทำให้ “ชัยนาท” สัมผัสแชมป์อย่างเป็นทางการครั้งแรก (ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2017) และเขาพาทีมรอดตกชั้นในฤดูกาลที่ “โครตเกรี้ยวกราด” (ตกชั้น 5 ทีม) ทั้งที่ทีมมีงบประมาณน้อยที่สุดจากทุกทีมบนลีกสูงสุด โดยเขาทำไปได้ 6 ประตู 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 26 นัด

“ตำนาน” ไม่มีบทบัญญัติใดว่า ต้องเล่นให้ทีมเป็นสิบๆ ปี หากแต่ 3 ปี ในถิ่นเขาพลอง สเตเดี้ยม ของเขามันก็เกินจะเพียงพอสำหรับคำๆ นั้น

และนี่คือ “บิ๊กเนม” บนเวทีไทยลีก 1 ในน้อยคนที่ไม่ได้เอาชื่อมาทิ้ง!!!!


ขอบคุณภาพ : เพจ CHAINAT Football Club

เรียบเรียงโดย : วนิลาสกาย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *