• Home
  • Special Report
  • กดดันมาก แต่ต้องทำให้ดี “ดร.เป้า” รับงานยากดูแล “ค้างคาวไฟ” แต่ขอพิสูจน์ฝีมือ

กดดันมาก แต่ต้องทำให้ดี “ดร.เป้า” รับงานยากดูแล “ค้างคาวไฟ” แต่ขอพิสูจน์ฝีมือ

By on September 13, 2018 0 2730 Views

 

การปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับ “บิ๊ก” ของสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี จาก “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ไปสู่ “อนงค์วรรณ เทพสุทิน” ถูกจับตามาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ที่ต้องลุ้น ว่าจะอยู่รอดไทยลีก หรือไม่

แต่การปรับเปลี่ยนที่ว่า ใช่ว่าจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน เพราะ ทีมผู้บริหาร ได้หารือกันมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่ช่วงที่ “ท่านประธาน-สมศักดิ์” ตัดสินใจลุยบทบาทการเมืองเต็มตัว และ ต้องหา คนที่มารับช่วงต่อ เพื่อให้การทำทีมฟุตบอลหนึ่งเดียวในใจของ คนสุโขทัย ไม่สะดุด

และคนๆ นั้น คือ “ดร.เป้า – อนงค์วรรณ” ที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่รองประธานสโมสรฯ เคียงบ่าเคียงใหล่ “สมศักดิ์” มาด้วยกันตลอด

กับคำถามหนึ่งที่คนมองและเดาทางว่า เหตุผลที่ “ดร.เป้า” เพราะเป็นคนในบ้าน แต่สิ่งที่ได้สัมภาษณ์แบบเปิดใจ จาก “ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี” คนใหม่ป้ายแดง พบคำตอบที่เป็นมากกว่า “คนในครอบครัว”

ดร.เป้า เล่ารายละเอียดว่า ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเราทำทีมฟุตบอลสไตล์ที่ปรึกษาหารือกันมาตลอด จึงเป็นเหมือนคนที่รู้ใจและรู้มือกัน และด้วยทักษะส่วนตัวที่เป็นคนดูแล เอาใจใส่รายละเอียดทุกๆ อย่าง และเคยเป็นอดีตนักกีฬาด้วย ทำให้ ท่านสมศักดิ์ ไว้วางใจและเลือกให้ทำหน้าที่ประธานสโมสรสุโขทัยเอฟซี หลังจากที่ท่านตัดสินใจทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงานการเมือง แต่ท่านสมศักดิ์เองยังไม่ทิ้งไปไหน ยังคอยดูแลและให้คำปรึกษากันตลอด

“ส่วนตัวไม่ได้ใฝ่ฝันหรือมีความทะเยอทะยานที่อยากได้ตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอล เรายังมองว่าตำแหน่งนี้ควรจะเป็นผู้ชายมาดูแลมากกว่า เพราะคิดว่าสไตล์แมนๆ คุยกันจะดีกว่า แต่วันที่ได้คุยกับท่านสมศักดิ์ ท่านมองเห็นความสามารถของเรา ที่มีความเข้าใจหัวอกของนักกีฬา รวมถึงเข้าใจการเล่น เพราะเคยเป็นนักกีฬามาก่อน และเมื่อสถานการณ์ทีมที่ต้องการคนดูแลใกล้ชิด จึงตกลงมาช่วยดูแลทีมในที่สุด” ดร.เป้า ระบุ

แต่มีสิ่งที่ยอมรับว่าจังหวะที่ “ดร.เป้า” เข้ามาบริหาร เป็นช่วงที่สถานการณ์อันตราย เป็นทีมอันดับ 1 ใน 5 ทีมที่มีสิทธิ์ตกชั้นในฤดูกาลนี้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตา ว่า เธอจะพาทัพนักกีฬาตะกายไปสู่โซนปลอดภัยได้หรือไม่

โดย “คุณแม่ค้างคาวไฟ” ยอมรับกับความกดดันในคาดหวังที่รออยู่ แต่พร้อมที่จะสู้และพยายามให้เต็มกำลัง เพราะทีมสุโขทัย เอฟซีมีทีมสต๊าฟ มีโค้ขที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม และนั่นเป็นหัวใจและเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้โอกาสรอดตกชั้นของสุโขทัย เอฟซี เกิดขึ้น แต่โอกาสจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการร่วมมือ ร่วมใจและทำการบ้านให้หนักขึ้นกว่าเก่า

“ความกดดันสำหรับทีมยังมีอยู่ รวมถึงตัวเราด้วย แต่มีสิ่งที่ต้องมองไปข้างหน้าร่วมกัน คือ อยู่รอด นั่นเป็นหน้าที่สำคัญที่เราต้องทำให้ได้ โดยส่วนตัวได้ศึกษา และรายละเอียดมาบ้าง สิ่งสำคัญ ในหน้าที่เราคือ ช่วยสนับสนุนทัพนักเตะในทุกๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพ อาหารเพิ่มความฟิตของร่างกาย ตอนนี้เราถือเป็นแม่ของเด็กๆ ในทีมทุกคน สิ่งที่ทำได้นอกจากเติมแรงแล้ว คือ เติมกำลังใจ ทุกๆ ครั้งที่ไปยืมข้างๆ พวกเขา จะบอกให้เขามีสมาธิกับเกมให้มากที่สุด ตั้งใจทำผลงาน เพื่อมอบความสุขให้คนสุโขทัย” คุณแม่ค้างคาวไฟ ระบุ

กับเป้าหมายสำคัญที่ “ดร.เป้า” ตั้งมั่นไว้ในใจ และ เชื่อว่าบทบาทของเธอจะทำสำเร็จ คือ ต้องรอดตกชั้นให้ได้ เพราะทีมสุโขทัย เอฟซี มาไกลมากแล้ว จากระดับลีกเล็กๆ มาสู่ลีกอาชีพอันดับหนึ่งของประเทศ ดังนั้นจะพยายามสนับสนุนทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้สุโขทัยเอฟซี กลับไปย่ำรอยเดิมในลีกที่เคยผ่านมาแล้ว โดยในเกมที่เหลือก่อนปิดฤดูกาล มั่นใจว่าด้วยการสนับสนุน การดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จะทำให้สุโขทัย เอฟซี กลับมายืนในจุดเซฟโซนได้แน่

ในตอนท้าย “ดร.เป้า” ฝากถึงแฟนบอลสุโขทัย เอฟซี ด้วยว่า อยากให้แฟนบอลช่วยเชียร์กันต่อไป แม้เกมช่วงหลังทีมจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ไม่อยากให้หมดใจเชียร์ เพราะเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนามคือพลังแฝงที่ทำให้นักเตะมีพลังใจ วิ่งสู้ศึกทุกๆ นัด และเป็นแรงผลักดันที่ทำให้นักเตะประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย.


ขอบคุณ : สโมสรสุโขทัย เอฟซี

By : BlackSugar

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *