• Home
  • Exclusive
  • ชีวิตคือการต่อสู้ อยากประสบความสำเร็จต้องไขว่คว้า “ต๋อง”นรงค์ฤทธิ์ บุญสุข

ชีวิตคือการต่อสู้ อยากประสบความสำเร็จต้องไขว่คว้า “ต๋อง”นรงค์ฤทธิ์ บุญสุข

By on September 10, 2018 0 1452 Views

DST. Exclusive  : อีกหนึ่งกองหลังที่มีฝีเท้าและรูปร่างดีอย่าง “เจ้าต๋อง”นรงค์ฤทธิ์ บุญสุข กองหลังวัย 27 ปีจากค่าย “ค้างคาวไฟ”สุโขทัย เอฟซี ที่ในช่วงเลกแรกโชว์ฟอร์มได้ดีจนเป็นที่จับตามอง วันนี้ DailtsoccerThailand จะพาทุกท่านไปรู้จักเขาให้มากขึ้น

 

“เจ้าต๋อง” เล่าว่า ตนเองเป็นคน จ.ศรีสะเกษ  โดยเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 8-9 ขวบ ที่บ้านเกิดในอ.กัณทรลักษ์ เรียนอยู่ที่นั่นจนจบม.ต้น และมีจุดเปลี่ยนในชีวิต คือการได้เข้ากรุงเทพฯ มาเรียนม.ปลายที่ โรงเรียนอัญสัมชัญ บางรัก

“ตอนนั้นมีฟุตบอลรายการใหญ่ของเยาวชนระดับประเทศ ผมก็ได้เป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งในรายการนั้น จนกระทั่งมีแมวมองมาดู แล้วเขาชอบเลยดึงตัวไปเรียนที่นั่น โดยผมเล่นกองหลังมาตลอด เพราะเป็นคนตัวสูงใหญ่ ตั้งแต่เด็ก”

แต่ใช่ว่าเส้นทางของเขาจะราบรื่น เนื่องด้วยเพราะพ่อของเขาไม่ได้อยากให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ เนื่องจากว่าในเวลานั้น ฟุตบอลลีกของไทย ยังไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนทุกวันนี้

“ชีวิตตอนเด็กๆของผมค่อนข้างลำบากพอสมควร พ่อมีอาชีพตัดผม ส่วนแม่ขายส้มตำ ผมก็ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่ซื้อของจัดเตรียมร้าน แล้วก็ต้องช่วยเก็บของล้างจาน ผมดิ้นรนตั้งแต่เด็ก พ่อไม่ได้อยากให้มาเล่นฟุตบอล เพราะมองว่ามันจะเลี้ยงตัวเองไม่ได้ อยากให้ไปทำอยากอื่นมากกว่า”

“แต่สุดท้ายพ่อก็ยอมรับได้ เพราะตอนนี้ฟุตบอลทำให้ที่บ้านลืมตาอ้าปากได้  ตอนนี้พ่อก็เป็นห่วง เตือนให้เราดูแลร่างกายให้ดีเสมอ ถ้าตอนนั้นผมไม่สู้และทำตามความฝัน ก็คงไม่มีวันนี้ ชีวิตเราต้องพยายามและต่อสู้ อยากประสบความสำเร็จก็ต้องพยายามไขว่คว้า”

 

 

เมื่อถามถึงทีมอาชีพทีมแรกที่ได้ลงเล่น “เจ้าต๋อง” บอกว่า ทีมอาชีพทีมแรก เป็นชุดสำรองของ พัทยา ยูไนเต็ด เป็นบอลลีกรุ่นอายุ 19 ปี ตอนนั้นพอเรียนจบจาก อัญสัมชัญ ก็ได้ไปเล่นช่วงสั้นๆ จากนั้นผมได้กลับบ้าน ไปอยู่กับ ศรีสะเกษ เอฟซีตอนอายุ 19 ปี”

“ตอนที่ได้ไปอยู่กับ ศรีสะเกษ เอฟซี นั้น ผมมีโอกาสได้ลงไทยลีกครั้งแรก เป็นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ตอนนั้นมันก็ตื่นเต้นมากที่รู้ว่าจะได้ลง แต่รู้สึกดีมากๆด้วยเช่นกัน ก็ต้องขอบคุณ  รอยเตอร์ โมไรล่า อดีตโค้ชของศรีสะเกษ เอฟซี ที่เขาให้โอกาสกับผม ซึ่งนัดแรกตื่นเต้นมากๆ แต่จากนั้นพอได้ลงเรื่อยๆ ก็เริ่มปรับตัวได้”

“ผมอยู่กับศรีสะเกษอยู่หลายปี จากนั้นจึงย้ายไปปตท.ระยอง 3 ปี แล้วก็มาอยู่กับ สุโขทัย เอฟซีในปัจจุบัน ซึ่งความแตกต่างระหว่างลีกสูงสุดกับลีกพระรองนั้น  ที2  จะเป็นสไตล์บู๊ วิ่งใส่กัน  ส่วนไทยลีก จะมีชั้นเชิงในแดนสุดท้าย รวมทั้งการฝึกซ้อม ตัวมาตรฐานผู้เล่น ถือว่าต่างกันเยอะพอสมควร โดยเฉพาะตัวต่างชาติ”

ส่วนเคล็ดลับ การรับมือกับกองหน้าชาวต่างชาตินั้น “เจ้าต๋อง” เผยว่า หลักของผมคือคิดง่ายๆ คือ  ทำยังไงก็ได้ ทุกวิถีทาง อย่าให้เขาเข้าไปยิงประตูได้ อย่าให้พวกเขาเข้าใกล้เขตโทษ ซึ่งเราต้องทำงานหนักเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนมีลูกเล่นที่แพรวพราวและแข็งแกร่ง แต่ไม่มีใครที่ผมกลัว เพราะต้องเจอทุกรูปแบบ ยิ่งเจอคนเก่งเราต้องยิ่งพัฒนา”

“แต่ใจจริงผมอยากให้ใช้กองหน้าคนไทยนะ อยากให้กองหน้าเราพัฒนาฝีเท้าให้ทัดเทียมหรือเก่งกว่ากองหน้าต่างชาติให้ได้ เพราะยังไงนี่ก็คือ บอลไทยลีก แต่ก็คงต้องค่อยๆพัฒนาไป ก็หวังว่าในวันข้างหน้า เราจะมีกองหน้าเก่งๆได้มากขึ้น”

 

รอติดตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าต๋องที่นี่เร็วๆนี้น่นอน

 

 

ขอบคุณ สโมสร สุโขทัย เอฟซี

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *