• Home
  • Exclusive
  • เด็กแกร่ง ฉายแววเด่น “โชแปง-ทิตาธร” แห่งมังกรโล่เงิน

เด็กแกร่ง ฉายแววเด่น “โชแปง-ทิตาธร” แห่งมังกรโล่เงิน

By on September 6, 2018 0 373 Views

DST.Exclusive : เป็นอีกทีม ในไทยลีก ที่น่าจับตา คือ “มังกรโล่เงิน – โปลิส เทโร เอฟซี” ที่เขาทำงานได้ดี อย่างน่าชื่นชม ทั้ง “โค้ชอ้น-รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค” และความสามารถของนักเตะในทีม โดยเฉพาะนักเตะเยาวชนที่ฝนแข้งจนได้รับโอกาสให้เป็นผู้เล่นตัวหลัก ทำให้ในเลก2นี้ เป็นทีมที่คาดหวังว่าจะไต่อันดับได้สูงในฤดูกาลนี้

กับนักเตะเยาวชนของทีม ที่ DST.-DailySoccerThailand ภูมิใจนำเสนอวันนี้ คือ แบ็คซ้ายรูปร่างสูงใหญ่ และมีทักษะเหลือล้น น่าจับตา อย่าง “โชแปง – ทิตาธร อักษรศรี” ผู้เล่นหมายเลข 90 ที่ก่อนปิดเลกแรก 3นัด เขาได้ลงตัวจริง และโชว์ฟอร์มเด่น จนได้ใจแฟนๆ ทีมมังกรโล่เงิน

กับ “โชแปง” ถือเป็น หนึ่งใน 4 ของครอบครัวนักเตะ “อักษรศรี” ที่เล่นให้กับ ทีมโปลิศ เทโร มาตั้งแต่อายุ 15 ปี

โดยโอกาสที่ส่งให้เขาเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพได้ เพราะความเป็นครอบครัวนักฟุตบอล ไล่มาตั้งแต่รุ่น พ่อ-จารึก ส่งต่อ มาถึงพี่ชาย คนโต “ไปป์ – ทิยัชชา” (ปัจจุบันเลิกเล่นบอลอาชีพแล้ว) ไล่มาถึง พี่ชายคนรอง “ปั้ม-ทัตพิชา (ปัจจุบันเป็นผู้รักษาประตู ทีม ไทย-ฮอนด้า เอฟซี)

“​ผมเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่รู้ประสา เพราะตามพี่ชายไปสนามบอล ผมก็ลงไปเตะบอลเล่นๆ อยู่ข้างสนาม มันเหมือนซึมซับ ความเป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนเข้าวงการฟุตบอลอาชีพ ผมฝันนะว่าอยากไปเล่นบอลฐานะนักเตะทีมชาติ”​ โชแปง เล่าความหลังอย่างตื่นเต้น

เมื่อโตจนเข้าชั้นเรียน “อนุบาล2” ครูที่โรงเรียนจับให้ “โชแปง” ได้ลงสนามแข่งฟุตบอล แม้จะเป็นเกมของเด็กน้อย​ แต่เขารู้เลยว่า นี่คือ “ทางที่ใช่”

ด้วยที่ครอบครัว ส่งเสริมลูกชายให้มาทางนี้ เมื่อเข้าชั้นประถมได้​ “กรุงเทพคริสเตียน” จึงเป็นสถาบันที่เลือก เพื่อปั้นให้ “โชแปง” เป็นดาวรุ่งที่ฉายแววเด่น

“ที่กรุงเทพคริสเตียน ผมรู้เลยว่า ฟุตบอลแบบจริงจังเป็นยังไง เพราะเขามีโค้ช มีรายการให้แข่งขันทั้งรายการนอกโรงเรียนและ เกมภายใน รวมถึง เกมจตุรมิตร ตอนนั้นหากจำไม่ผิด รุ่นผมแข่งขันหลายรายการ ได้แชมป์มาด้วย อย่างแชมป์กรมพละศึกษา และรายการจตุรมิตร ที่ได้แชมป์ร่วม”

กับตำแหน่งที่เล่นตอนนั้น “โชแปง” เล่าว่า เป็นปีกซ้าย ตัวรุก แต่พอได้เข้าสู่บอลอาชีพตอนอายุ 15 ปี กับ สโมสรบีอีซี-เทโรศาสน ถึงได้เปลี่ยนมาเล่นแบ็คซ้าย เพราะโค้ชเห็นว่าตัวใหญ่ มีความฟิต วิ่งได้ตลอดทั้งเกม

กับความสำเร็จตั้งแต่เด็ก “แบ็คซ้าย โปลิศ เทโร” ย้อนความว่าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ เพราะต้องพิสูจน์ตัวอย่างหนัก เพราะกรุงเทพคริสเตียน ถือเป็นสถาบันที่เฟ้นหาเด็กเก่งเข้าแข่งขัน แม้เขาจะไม่ได้รับโอกาส เป็นตัวแทนโรงเรียน เขา​ไม่ยอมแพ้ และออกแสวงหาสถาบันฝึกฟุตบอล เพื่อเติมเต็มทักษะที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อเสริมแกร่งในเส้นทางนี้

เมื่อเส้นทางชีวิต​ “โชแปง” ที่ถูกลิขิตไว้กับเส้นทางฟุตบอล แม้จะไปโชว์ฟอร์มเล่นบอลเดินสายภายนอกโรงเรียน แต่เมื่อผู้ใหญ่เขาเห็นแวว จึงถูกดึงตัวเข้าสโมสรอาชีพ คือ “บีอีซี-เทโรศาสน” และเล่นในระดับดีวิชั่นสี่

“ตอนที่ได้เซ็นต์สัญญา ผมตื่นเต้นมาก ไปพร้อมๆ กับความกังวล ภาวะกดดัน เพราะ สโมสรฯ อาชีพมีแต่นักเตะรุ่นใหญ่ เก๋าเกม เขาจริงจังกับฟุตบอลมาก แต่เรายังเป็นนักเตะที่อายุ 15 ปี มีความเป็นเด็ก ตอนซ้อมเขาจริงจังมาก ยิ่งมีเฮดโค้ชเป็นต่างชาติด้วย เขาจะจริงจังทุกๆ นาที ส่วนผมตอนที่เล่นบอลแบบมือสมัครเล่น ก็มีเล่น ไม่จริงจังบ้าง​ มันต้องเปลี่ยนหมดเลย”

ความจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น ถือเป็นผลดีอย่างยิ่งกับ “โชแปง” เพราะนั่นคือการเสริมแกร่งให้เขามีผลงานอย่างที่เป็นตอนนี้

และในวัย 17 ปีทำให้เขาได้โอกาสติดทีมชาติครั้งแรก และเข้าแข่งขันรายการ “ซานิค คัพ อินเตอร์เนชั่นแนล ยูธซอคเกอร์ ทัวร์นาเม้นต์” ที่เมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

กับประสบการณ์ระดับประเทศ ครั้งแรก ที่ต้องเจอคู่แข่งจาก จีน และรัสเซีย ทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังมีอะไรที่ต้องพัฒนา เมื่อกลับมาไทย ทำให้เขาเน้นการฝึกซ้อมที่หนัก และเน้นพัฒนาร่างกาย รวมถึงต้องเต็มที่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อได้รับโอกาส

และด้วยที่เขาอยู่ในครอบครัวนักฟุตบอล ทำให้เขาพัฒนาตัวเองอย่างถูกวิธี

 

“ตอนที่เรียนจบจากคริสเตียน ผมเข้าเรียนที่ธรรมศาสตร์ และเล่นบอลให้กับ โดม เอฟซี ผ่านการยืมตัว ตอนนั้นพี่ชายผม พี่ปั้ม เล่นในทีมเดียวกันตำแหน่งผู้รักษาประตู ทำให้ผมได้รับคำแนะนำที่ดีมากๆ จุดไหนผิดพลาดบ้าง เขาคอยบอกผม เหมือนมีโค้ชส่วนตัวคอยสอน คอยบอกสิ่งที่เราผิดพลาด ผมรับและนำไปแก้ไข และผมมีพี่ชาย ปาแปง ทิตาวีร์ ที่เล่นในสโมสรเดียวกัน เขาจะคอยดูเวลาเล่น และบอกข้อผิดพลาด” โชแปง เล่ารายละเอียด

ทั้งหมดที่เขาได้รับ คล้ายเป็นหลักสูตรเร่งรัด ให้เขาพัฒนาฝีเท้าที่เข้าฟอร์มได้อย่างดี แต่สิ่งที่ส่งให้เขา เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาในวงการฟุตบอลไทย คือ การไม่ละความพยายามและซ้อมให้หนัก แม้ในวันที่เขาล้ม เจออุปสรรค บาดเจ็บหนัก แต่เขาไม่ท้อหรือถอดใน บนเส้นทางอาชีพที่เขาหลงเสนห์มาตั้งแต่เริ่มจำความได้

กับเส้นทางนักฟุตบอลในตอนนี้ “โชแปง” บอกว่าเขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ และต้องก้าวข้ามอุปสรรค โดยเฉพาะ ความไม่มั่นใจทำเกม เมื่อเจอรุ่นพี่ที่กระดูกแข็งกว่า

“ผมเคยท้อ เคยเซ็ง เพราะอายุเท่านี้ต้องทุ่มเวลาให้กับฟุตบอล ไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนเด็ดทั่วไป แต่เมื่อเราเลือกเส้นทางสายนี้ ต้องทำให้เต็มที่ ส่วนเวลาเที่ยว เวลาเล่นที่ไม่มี ก็ใช่ว่าจะหายไป เพราะผมอายุเท่านี้เวลาเที่ยวเล่นยังมีอีกเยอะ “

รู้หรือไม่เกี่ยวกับ “โชแปง” หมายเลข 90 ของทีมมังกรโล่เงิน ที่เขาเลือกเบอร์ให้ตัวเอง เขาเล่นให้ DST. ฟังว่า ฤดูกาล 2017 เขาสวมเสื้อเบอร์ 99 ลงสนาม แม้จะทำเกมออกมาได้ดี แต่มีอาการบาดเจ็บ พอเปลี่ยนฤดูกาลใหม่ จึงขอเปลี่ยนเป็นเลข 90 เพราะส่วนตัวเขาถูกใจเลข 9 แต่ชอบเลข 10 เพราะเป็นจำนวนสูงสุดของเลข เมื่อมาบวกกัน จึงลงตัวที่เลข 90 ซึ่งเปรียบเหมือนจังหวะก้าวของเขาบนเส้นทางฟุตบอล ที่พุ่งเข้าหาความสำเร็จ

 


เรื่องโดย BlackSugar

ขอบคุณ : สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร เอฟซี

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *