• Home
  • Lifestyles
  • ใหญ่ นิลวงษ์ “วางเป้าหมายเพื่ออนาคต สู่เส้นทางการเป็นโค้ช”

ใหญ่ นิลวงษ์ “วางเป้าหมายเพื่ออนาคต สู่เส้นทางการเป็นโค้ช”

By on August 29, 2018 0 2857 Views

DST.Lifestyles : ในช่วงพักเบรกให้กับกีฬาเอเชียน เกมส์ 2018 เกือบ 1 เดือน นักเตะหลายคนพักผ่อนและกลับมาซ้อมตามปกติ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ขยันขันแข็ง เรียนรู้เพื่ออนาคต กับ โครงการอบรมหลักสูตรโค้ช ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ใหญ่ นิลวงษ์ ดาวเตะตัวเก๋าแห่งเมืองสามอ่าว ทีมต่อพิฆาตพีที ประจวบ เอฟซี น้องใหม่ฟอร์มแรงแห่งศึก โตโยต้า ไทยลีก 2018

เจ้าใหญ่เปิดเผยกับ DailysoccerThailand ว่า ในช่วงพักเบรกมีโอกาสได้เข้าอบรมในหลักสูตร FA Thailand Introductory Course ซึ่งเป็นการอบรมก่อนที่จะเข้าสู่ระดับ C ไลเซนต์ โดยการอบรมในครั้งนี้จัดโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถือว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเยอะมาก ได้มุมมองใหม่ๆรวมทั้งความรู้เบื้องต้นในการทำหน้าที่เป็นโค้ชด้วย

 

เวลาเราเป็นนักเตะเรามีหน้าที่ทำตามที่โค้ชวางแผนและลงไปปฏิบัติในสนาม แต่เมื่อเราได้มาเรียนรู้ในการเป็นโค้ชนั้น มันทำให้ผมรู้ว่าจะต้องสอนนักเตะยังไง ทำยังไงให้คนอื่นเข้าใจในความคิดของเรา โดยการอบรมครั้งนี้มีการสอบและทดสอบด้วย เพื่อเป็นการต่อยอดไปสู่ระดับ C ไลเซนต์ ที่กำลังจะเปิดในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งผมเองจะไปเรียนต่อแน่นอน

เมื่ออบรมเสร็จ เจ้าใหญ่มีโอกาสได้ลองของทันที เมื่อมีโครงการการฝึกหลักสูตร FC Bayern 12 Level Kurs โดยมีเยาวชนประจวบ เข้าร่วมการฝึกกว่า 200 คน ที่สนามสามอ่าว สเตเดี้ยม ด้วยความร่วมมือของสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี , บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เชิญบริษัท สปอร์ตไทย-บาวาเรีย จำกัด พันธมิตรของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค ในประเทศไทย ซึ่งใหญ่ได้ร่วมงานและสอนน้องเยาวชนด้วย

ถือว่าเป็นการลองฝีมือเลย ซึ่งต้องขอบทางทีมงานหลักสูตรและผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้ผมมีโอกาสได้ปฏิบัติจริงๆ ถือว่าสนุกและผมเองก็ชอบมาก ได้เรียนรู้ ได้วางแผนและถ่ายทอดให้กับน้องๆทุกคน ซึ่งการเป็นโค้ชกับนักเตะนั้นแตกต่างกันพอสมควร เพราะการเป็นโค้ชเราต้องทำงานเยอะขึ้น ต้องวางโปรแกรมการซ้อม ศึกษาวิเคราะห์คู่แข่งและทีมตัวเอง คือเราต้องทำการบ้านหนักขึ้น

เจ้าใหญ่ยังวางแพลนในอนาคตว่า ผมคิดว่าในอนาคตหลังเลิกเล่นฟุตบอล อยากจะเดินในเส้นทางสายฟุตบอลต่อไปในอาชีพโค้ช อาจจะเริ่มจากชุดเล็ก ทำทีมเยาวชน หรือเป็นผู้ช่วยโค้ชเพื่อเรียนรู้และเก็บประสบการณ์ไปก่อน ซึ่งช่วงปลายปีผมจะไปเรียน C ไลเซนต์ เพราะหากสอบผ่านแล้วก็ต้องใช้ระยะเวลา 2 ปีเพื่อเก็บผลงาน ซึ่งผมคิดว่าอายุเราในตอนนี้ควรจะเรียนเพื่อเก็บไลเซนต์ไว้ หากเราเลิกเล่นก็สามารถเป็นโค้ชหรือไปเรียนระดับ B ต่อได้เลย

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *