• Home
  • Special Report
  • โฟกัสสิ่งที่ทำ “โค้ชอ้น – รังสรรค์ วิวัฒนโชคชัย” กดดันแค่ไหน ต้องฝ่าไป

โฟกัสสิ่งที่ทำ “โค้ชอ้น – รังสรรค์ วิวัฒนโชคชัย” กดดันแค่ไหน ต้องฝ่าไป

By on August 10, 2018 0 337 Views

DST.Special : เป็นนักฟุตบอล อีกคนที่ ยืนระยะบนเส้นทางลูกหนังได้อย่างสวยงาม แม้ตอนนี้เขาจะ แขวนสตั๊ด ฐานะผู้เล่นไปแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์ลูกหนัง เกือบ 20 ปี ทำให้เขายังเป็นอีกคน ทีคร่ำหวอดในวงการ ฐานะ “ผู้ฝึกสอน”

อดีตนักฟุตบอลคนนั้น ที่เราเอ่ยถึง คือ “โค้ชอ้น – รังสรรค์ วิวัฒนโชคชัย” ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนให้กับทีม โปลิศ เทโร เอฟซี หรือ มือขวาของ “โค้ชแบน – รชตวัน ศรีปาน” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมโปลิศ เทโร เอฟซี รุ่นพี่นักฟุตบอลทีมชาติ ขวัญใจของเขานั่นเอง

อย่างที่ใครรู้ๆ กันว่า “โค้ชอ้น” สมัยยังหนุ่ม ฝีเท้าไม่ธรรมดา ทั้งเป็นผู้เล่นตำแหน่งสำคัญของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง, ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ ตั้งแต่อายุไม่เต็ม 19 ปี จากนั้นบนเส้นทางลูกหนัง ค่อยๆ ทะยานขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่โลดเล่นค้าแข้งกับสโมสรเกย์ลัง ประเทศสิงคโปร์ ถึง 2 ปี ก่อนกลับมาทำผลงานชั้นยอดให้กับอีกหลายสโมสร

และจนถึงวันที่ขออำลาตำแหน่งนักเตะ ผันตัวเป็น “ผู้สอน” ทำให้เราเห็นถึง เส้นทางชีวิตของเขาที่ไม่ธรรมดา

กว่า “โค้ชอ้น” จะมาถึงจุดนี้ เรียกว่า ไม่ง่ายเลย!

DST.-DailySoccerThailand จะพาไปย้อนรอย พร้อมค้นตัวตน คนชื่อ “อ้น – รังสรรค์” ว่า กว่าจะมีวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

กับจุดเริ่มต้นบนเส้นทางฟุตบอล “โค้ชอ้น” บอกว่า เพราะความอยากเท่ห์ เหมือนนักบอลทีมชาติที่เขาเห็นในทีวี

“ตอนเด็กผมชอบเล่นฟุตบอลตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไป แล้วแถวๆ บ้านย่านตลิ่งชันมีคนเล่นฟุตบอลอยู่หน้าบ้านด้วย จึงได้เล่นบ่อย แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้มอง ฟุตบอลเปลี่ยนจากความสนุกแบบเด็กๆ ไปเป็นเป้าหมายว่าอยากติดทีมชาติ เพราะได้ดูเกมแข่งฟุตบอลทางทีวี ตอนนั้น เห็น พี่ตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน พี่แบน – รชตวัน ศรีปาน พี่ง้วน – สุรชัย จตุรภัทร พี่นที ทองสุขแก้ว แข่งในเกมทีมชาติ ผมมองว่าเท่ห์มาก เราอยากเป็นอย่างเขา”

ชีวิตตอนนี้ จากเด็กที่เล่นบอลไปวันๆ เบนไปสู่ทิศทางที่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริง เขาเข้าโรงเรียนที่เป็นที่ฝึกฝนฟุตบอลอย่างจริงจัง คือ โรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน ก่อนจะถูกแมวมองดึงเข้าสังกัด “สโมสรฟุตบอลตลาดหลักทรัพย์” และถูกดึงเข้าอีก 5 สโมสรชื่อดังยุคนั้น

ทำให้ช่วงชีวิตวัยรุ่นของ “โค้ชอ้น” จึงแตกต่างจาก วัยรุ่นทั่วไป ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ไม่ได้ไปไหนอย่างที่อยากไป ต้องซ้อมบอล ทุ่มเทเวลาให้กับฟุตบอลตลอดเวลา

แต่หากให้ “โค้ชอ้น” เลือก เขาขอเลือกสิ่งที่เป็นมา แบบไม่คิดเสียดายเวลา

“ผมขอเลือกแบบที่ผมเป็นมา อาจไม่ได้เที่ยวเล่น ไปไหนเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่หากคิดว่าเราได้เวลาเที่ยว ได้เวลาไปไหนที่อยากไป ผมคงไม่มีวันนี้ ชีวิตนักฟุตบอลผมมองว่าสิ่งสำคัญ คือ การเสียสละเวลาส่วนตัว หากอยากประสบความสำเร็จต้องซ้อมให้หนัก สมัยก่อนซ้อมหนักมาก ต้องวิ่ง ฝึกความอดทนของร่างกาย กดดันมากด้วย แทบทนไม่ไหวหลายๆ ครั้ง แต่พอเราโฟกัสกับเป้าหมาย เราผ่านมัน และถึงวันนี้ ผมภูมิใจที่ทำได้ และทำให้ผมมีวันนี้” โค้ชอ้น ระบุ

สำหรับคืนวันที่ “อดีตกองกลางทีมชาติไทย” ภูมิใจนั้น กว่าจะผ่านไปได้ นอกจากต้องฝึกฝนอย่างหนัก แล้ว เขาต้องพิสูจน์ตัวเองหลายๆ ด้าน ว่าเป็น นักเตะที่พร้อมใช้งาน ซึ่งบางครั้งการรอคอยเป็น ผู้ถูกเลือก อาจใช้เวลาค่อนข้างนาน และจุดนั้นทำให้ เขาอ่อนแอในความรู้สึก

“ผมเชื่อว่าน้องๆ คงมีวันที่หดหู่ในใจ ที่เราไม่ใช้คนที่ถูกเรียกสักที ผมก็เคยเป็น แต่สิ่งที่ผมบอกกับตัวเองเสมอว่า เราต้องสู้ เมื่อเราคิดจะสู้ ต้องทนให้ได้ และตั้งใจซ้อมให้มาก ให้หนักขึ้น”

และเมื่อวันนี้ วันที่ “โค้ชอ้น” ผันตัวไปเป็น “ผู้สอน” แล้ว สิ่งที่เขาไม่ลืมใช้เป็น เครื่องชูกำลังใจ น้องๆ คือ การสร้างพลังฮึดสู้กับอุปสรรคทุกอย่าง ฮึดสู้กับความรู้สึกหดหู่ภายในใจ

สำหรับบทบาทใหม่ ฐานะ “ผู้สอน” ถือเป็นความท้าทายใหม่ ซึ่ง “โค้ชอ้น” ประเมินว่าเส้นทางสายนี้ ไม่ง่ายเช่นกัน

“สิ่งสำคัญของคนเป็นโค้ช คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเตะ ให้กับน้องๆ ภายในทีม เพราะก่อนที่จะไปสอนหรือบอกอะไรใคร ต้องทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวเราให้ได้ก่อน ว่าเราทำได้”

กับประสบการณ์ “โค้ชตัวจริง” ประมาณ 4 เดือน ที่คุม “มังกรโล่เงิน“ สู้ศึกไทยลีก 2018 เมื่อมองผลงานทำทีม ถือว่า ยอดเยี่ยม เพราะ “โค้ชอ้น” สามารถกระตุ้นลูกทีม สร้างสรรค์แผน ให้ทีมพ้นอันดับรั้งบ๊วย มาอยู่ในระยะปลอดภัย รอดตกชั้น

โดย “โค้ชอ้น” บอกว่าช่วงนั้นต้องทำการบ้านหนักมากเช่นกัน ทั้งดูสิ่งที่เกมของทีมขาด เสริมแทคติกที่เหมาะสมกับผู้เล่นแต่ละคน การบ้านที่เขาใช้เป็นแนวทาง คือ ดูฟุตบอลของลีกยุโรป และดึงจุดที่ปรับใช้ได้ออกมา เสริมให้กับทีม

กับความกดดันของ บทบาท ผู้ฝึกสอน นั้น “โค้ชอ้น” เชื่อว่า ความเป็นเป็นผู้ฝึกสอน มีความกดดันทุกคน เพราะต้องทำงานออกมาให้ดี ต้องตอบโจทย์เป้าหมายของสโมสรฯ ให้ได้ หากเราทำผลงานให้ออกมาไม่ดี บทบาทของโค้ชอาจถูกเปลี่ยน หรือเลิกจ้างได้

กับบทบาทของ “โค้ชอ้น” บนเส้นทาง “ผู้สอน” หากนับถึงเวลานี้ อาจเรียกว่าเป็น “จุดเริ่มต้น” ที่ยังต้องรอเวลาพิสูจน์ฝีมือต่อไปว่า ภายใต้บทบาทนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

ขณะที่บทบาท ผู้ช่วย ของ “โค้ชแบน” ผู้ฝึกสอนของทีมโปลิศ เทโร เอฟซี” ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องจับตาให้ดี ว่า พลัง2ประสาน ของนักเตะชั้นครู จะทำให้ “มังกรโล่เงิน” โลดเล่นไปไกล เพียงไหน บนถนนไทยลีกฤดูกาลนี้

เรื่องโดย BlackSugar

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *