• Home
  • Exclusive
  • เมื่อรางวัล ไม่การันตีฝีเท้า “วีระพงศ์ ครยก” ดาวรุ่งสวาทแคท ไม่หยุดพัฒนา

เมื่อรางวัล ไม่การันตีฝีเท้า “วีระพงศ์ ครยก” ดาวรุ่งสวาทแคท ไม่หยุดพัฒนา

By on August 10, 2018 0 405 Views

DST.Exclusive : อดีตดาวซัลโว กองหน้าจาก กรุงเทพคริสเตียน และ มีโอกาสลงฟาดแข้งกับ สโมสรหลายแห่งของต่างประเทศ อย่าง “เจ้าเจมส์ – วีระพงศ์ ครยก” จนได้รับรางวัลการันตีผลงาน ทั้งเป็นดาวซัลโว และผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2011 ในรายการ ไนกี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ คัพ 2011 รอบชิงแชมป์เอเชีย

รวมถึงเป็น รุกกี้ที่สื่อญี่ปุ่นจับตา เมื่อเขาเป็น 1ใน3ของเยาวชนไทยที่ถูกส่งไป ฝึกทักษะ กับ สโมสรชิมิสุ เอสพัลส์ พันธมิตรของสโมสร บีอีซี เทโร ศาสน (ชื่อเดิม) ที่เดียวกับ “เจ – ชนาธิป สงกระสินธ์” เคยไปทดสอบและฝึกฝีเท้า

ทำไม? บทบาทของเขา กับในตำแหน่ง “กองหน้า” ทีมสวาทแคท-นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” จึงหายไป

ในวันที่ DST.-DailySoccerThailand สัมภาษณ์ “เจ้าเจมส์” เป็นอีกวันที่เขาต้องเตรียมตัวซ้อม แม้เขายังไม่มีโอกาสลงเป็น ผู้เล่นตัวจริงของทีมสวาทแคท หลังเซ็นต์สัญญาร่วมทัพในเลกสอง ฤดูกาล 2018 แต่เขายังไม่หยุดพยายาม

และตลอด 9 ปีที่เขามีโอกาสรู้จักกับ “ฟุตบอลอาชีพ” ไม่มีวันไหนที่เขาหยุดพัฒนาตัวเอง

กับเส้นทางนักฟุตบอลของ “เจ้าเจมส์” เกิดขึ้นที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น แม้ตอนเริ่มเตะบอลจะเป็นเพราะความสนุกที่ได้รวมกลุ่มกับเพื่อสนิท ทำกิจกรรมเฮฮา และไม่ได้วางเป้าหมายว่า ต้องไปนักเตะของสโมสร หรือนักเตะทีมชาติ

แต่ด้วยแววที่เขามีและมีจังหวะที่ต้องไปต่อทั้งเรื่องการเรียนและฟุตบอล ทำให้ “เด็กบ้านนอก” ลองเข้ากรุงฯ เพื่อคัดโควต้านักเรียนทุน ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สถาบันที่ปั้นคนลูกหนังชื่อดัง

“ผมจะจบ ป.6แล้ว เตรียมหาที่เรียนต่อ มีอาจารย์ที่เขาส่งลูกเรียนที่กรุงเทพคริสเตียนบอกให้ลองไปคัดตัวที่โรงเรียนในกรุเทพดู ผมปรึกษาพ่อกับแม่แล้ว เขาไม่ว่าอะไร ก็ลองมาดู ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากรุงเทพคริสเตียนมีชื่อเสียง และเป็นที่ปั้นนักเตะทีมชาติและนักเตะอาชีพดังๆ หลายคน พอมารู้ทีหลัง ตอนเข้ามาเรียนแล้ว ผมตื่นเต้นมาก”

เหตุผลที่เขาตื่นเต้น นอกจากเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านกีฬาแล้ว คือ จะได้สัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลที่เป็นระบบและจริงจัง รวมถึงมีโอกาสที่เขาจะปั้นฝัน ไปเป็นนักเตะอาชีพ

กับแมชต์แรกที่ “เจ้าเจมส์” ทำหน้าที่เป็นศูนย์หน้า ให้กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ที่เขาประทับใจสุดๆคือ แข่งขันรายการฟุตบอลที่ประเทศเกาหลี เพราะได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก และลองประเดิมสนามต่างประเทศครั้งแรก

“เกมนั้นผมได้ลงตัวจริง ได้ยิง และได้แชมป์กลับมาให้โรงเรียนด้วย เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตัวเอง ข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง ” เจ้าเจมส์เล่า

และจากนั้นกับตำแหน่งกองหน้ากรุงเทพคริสเตียน ปีที่โรงเรียนดังเป็นพลุแตก เจ้าเจมส์ และผองเพื่อน ยังถูกส่งไปแข่งขันอีกหลายรายการ และ ส่งตัวไปฝึกซ้อมถึงประเทศญี่ปุ่น แถมยังถูกเรียกตัวไปรับใช้ทีมชาติรุ่นเยาวชน

สำหรับโอกาสที่ได้รับ เป็นเวทีสร้างประสบการณ์ชั้นยอด ซึ่ง “เจ้าเจมส์” บอกกับ DST. ไว้ว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เราต้องคิดและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะความสามารถส่วนตัว

“ผมเรียนรู้หลายอย่าง แม้วันนั้นผมยังสู้นักเตะต่างชาติไม่ได้ แต่ผมไม่ยอมแพ้นะ เอาความฟิตเข้าสู้ แบบวิ่งสู้ฟัดแบบแมนๆ ให้มันรู้กันไปข้างหนึ่ง”

สำหรับ เส้นทางของ “กองหน้าตัวโรงเรียน” ถือว่าไปได้รุ่งและสวยงาม แต่เมื่อจังหวะที่เขาต้องออกสู่ชีวิตจริง เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ เป็นคนละด้าน

“ก่อนผมเรียนจบแล้ว โรงเรียนส่งตัวไปบอลระดับอาชีพกับ สโมสรราชวิถี แต่มันมีเกมจตุรมิตรด้วย จึงไม่ค่อยเน้นกับทีมราชวิถีเท่าไร พอเรียนจบผมไปเล่นให้กับทีมขอนแก่นเอฟซี อยู่ 2 ปี ไม่ค่อยถูกเรียกใช้งาน ไม่ค่อยได้ลงสนาม จึงย้ายไปหาประสบการณ์ที่ ทีมกาฬสินธุ์เอฟซี ประมาณ 1 ปี ทำภารกิจให้ทีมกาฬสินธุ์พ้นการตกชั้นได้ จึงย้ายมานครราชสีมา เอฟซี เมื่อเดือนมิถุนายน 2018”

กับทีมต้นสังกัด ปัจจุบัน เหมือน “เจ้าเจมส์” จะเจอปัญหาเดิม คือ ยังไม่อยู่ในแผนการเล่น ซึ่งเขารู้ตัว เข้าใจสภาพของสโมสรฯ ที่ต้องเน้นที่ผลงาน

“ผมคงยังเด็ก ประสบการณ์น้อย เมื่อเทียบกับนักเตะรุ่นพี่ในทีม แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะสู้ได้ คือ ความฟิต การเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ทุกวันนี้ผมซ้อมให้มากกว่าคนอื่น เผื่อวันไหนที่โค้ชเรียกให้ไปทำผลงาน ผมจะคว้าโอกาสนั้นและทำมันให้ผมมีชื่อเป็นผู้เล่นตัวจริงให้ได้” เจ้าเจมส์ เล่า

แต่รู้ไหม จาก กองหน้าดาวซัลโว รุ่นยังเติร์ก ยังคงไม่เป็นที่นิยมของสโมสรฟุตบอลในไทย เพราะดูจากหลายสโมสรแล้วฯ เห็นว่ากองหน้าส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ

โอกาสที่ “เจ้าเจมส์” จะได้ลงโชว์ผลงาน จึงมีโอกาสน้อย ดังนั้นสิ่งที่เขาคิดว่า เพื่อตัดปัญหา คือ เขาต้องฝึกการเล่นตำแหน่งอื่น โดยเฉพาะกองกลางตัวรุก เพื่อเป้าหมายเดียวคือ กลับไปลงแข่งในสนามอีกครั้ง ให้สมกับฉายาที่เขาเคยได้รับ ว่า เป็น “เพชรฆาตหน้าหยก”

สุดท้าย “เจ้าเจมส์” ฝากบอกไปถึงน้องๆ ที่ไต่บันได ตามฝัน ว่า “การฝึกฝนอย่างหนักและความพยายามเท่านั้น คือคำตอบของความสำเร็จ แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคบ้าง ขอให้เดินหน้าลุยลูกเดียว”

เรื่องโดย BlackSugar

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *