• Home
  • Exclusive
  • “ไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา ขอมุ่งมั่นทำให้ดีที่สุด”- “บาส”กฤษฎา ศรัทธาธรรม

“ไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา ขอมุ่งมั่นทำให้ดีที่สุด”- “บาส”กฤษฎา ศรัทธาธรรม

By on August 8, 2018 0 419 Views

ชีวิตของคนทุกคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือสวยหรูเหมือนในละคร บางคนต้องพยายามอย่างหนักเพื่อตามหาความฝันให้ได้ เช่นเดียวกับ “เจ้าบาส”กฤษฎา ศรัทธาธรรม นายด่านวัย 29 ปี จาก เกษมบัณฑิต เอฟซี ที่เส้นทางบนถนนลูกหนังไม่ได้มีพื้นฐานหรือคนสอน แต่เขาพยายามเรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง

“เจ้าบาส” เล่าว่า เป็นคนอีสาน จ.ยโสธร ซึ่งตอนเด็กๆนั้น ที่บ้านพ่อแม่ก็เป็นชาวไร่ชาวนา ไม่ได้มีพื้นฐานของทักษะด้านลูกหนังมาก่อน แต่ด้วยใจรักในฟุตบอลจึงชอบตับกลุ่มเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้าน เล่นกันสนุกๆ ไม่ได้มีใครแนะนำหรือร่ำเรียนจากอะคาเดมีใดๆ

“พอได้เข้าสู่มัธยมผมก็ได้ติดทีมโรงเรียน เมื่อก่อนผมเล่นในตำแหน่งกองหลัง แต่มีอยู่นัดหนึ่ง ทีมเราขาดผู้รักษาประตู อาจารย์เลยให้ผมไปเล่นแทน แล้วเราดันทำได้ดีจึงเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเล่นในตำแหน่งนี้มาตลอด”

“อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกเล่นตำแหน่งนี้ เพราะ“พี่ตี๋”สินทวีชัย หทัยรัตนกุล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ที่ตอนนั้นผมนั่งดูทีวีเป็นเกมของทีมชาติไทย แล้วเห็น พี่ตี๋ เซฟจุดโทษได้ ทำให้ผมประทับใจมาก ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าพี่เขาชื่อว่าอะไร”

“พอผมเรียนจบม.6 ก็ออกมาทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงหนัง ที่จ.ชลบุรี แล้วก็เรียน นิเทศศาสตร์ ที่ม.ศรีปทุม ชลบุรีไปด้วย ช่วงนั้นผมมีโอกาสไปดูชลบุรี เอฟซี บ่อย ผมชอบไปนั่งดูเขาซ้อม ก็แอบบจำรูปแบบมาฝึกเอาเอง ก็คิดว่าเราเล่นได้ จึงไปตระเวนคัดตัวแถวๆนั้น ไปหลายที่มาก จนได้ไปอยู่กับ แหลมฉบัง เอฟซี”

“ผมไปอยู่ที่นั่น ก็ยังไม่ได้โอกาสลงสนาม ซ้อมไปด้วยก็ทำงานในทีมไปด้วย ช่วยทำทุกอย่างในทีมทั้งเก็บบอล เสริฟน้ำ ซักผ้า ก็ช่วยเขาทำทุกอย่าง จากนั้นผมไปเกณฑ์ทหาร ได้เป็นทหารเรือ 1 ปี พอปลดประจำการ ก็ได้ไปอยู่ที่ มุกดาหาร ซึ่งก็พอมีโอกาสได้ลงเล่นบ่อย ที่นี่ถือเป็นทีมอาชีพทีมแรกที่ผมได้ลงเล่น”

“ต่อมาผมก็ย้ายไปหลายทีม ทั้ง อุทัยธานี ,นอร์ทกรุงเทพ ,โคปูน วอริเออร์ ,บ้านบึง แล้วสุดท้ายจึงได้มาอยู่กับ เกษมบัณฑิต “พูดถึงรายได้ตอนนี้ แม้อาจจะไม่มากมาย แต่ก็ทำให้เราพออยู่ได้ ซึ่งผมก็มีขายของออนไลน์เล็กๆน้อยๆบ้างเป็นอาชีพเสริมไป”

“ผมเคยคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลไปทำอย่างอื่นเหมือนกันนะ เพราะด้วยอะไรหลายๆอย่าง บางที่เงินเดือนไม่ออก โอกาสลงเล่นไม่ค่อยมี แต่ผมก็กัดฟันสู้มาเรื่อย กับเกษมบัณฑิต ผมก็เกือบโดนคัดออก แต่ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น ตั้งใจ ขยันซ้อม พิสูจน์ตัวเอง ทำให้โค้ชยังเห็นคุณค่าในตัวเรา”

“ผมเคยตั้งเป้าอยากไปอยู่กับทีมใหญ่ๆ ในลีกสูงๆเหมือนกัน แต่ปัญหาคือ ผมไม่กล้าออกไปลองดู เหมือนกับว่าเราไม่ค่อยได้เล่น ทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจ แต่ปีหน้าผมคิดว่าจะลองดูสักครั้ง เผื่อจังหวะมันได้ คงต้องลองไปดูบ้าง มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องพยายามออกไปผจญโลกกว้างเพื่อพิสูจน์ตัวเองบ้าง”

สุดท้าย “เจ้าบาส”บอกว่า “ผมอยากให้กำลังใจกับทุกๆคนที่อาจจะท้อแท้ผิดหวัง ผมมาเริ่มเล่นฟุตบอลตอนโตแล้ว แต่ข้อดีก็คือมันทำให้เราคิดได้ว่าต้องสู้ สามารถแยกแยะออก แม้จะไม่ค่อยได้ลงเล่น แต่ผมไม่เคยงอแงเหมือนเด็กๆ ผมคิดเพียงว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องทำ ก็ต้องทำให้สุดความสามารถ จะได้ลงเล่นหรือไม่อยู่ที่โค้ชเขาจะตัดสินใจ หากเราซ้อมและทำได้ดี โอกาสก็มาถึงเอง”

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *