• Home
  • Special Report
  • ยิงมากเสียมาก-ยิงน้อยเสียน้อย “ความพอดี” ที่ไม่พอดีของ “ค้างคาวไฟ”

ยิงมากเสียมาก-ยิงน้อยเสียน้อย “ความพอดี” ที่ไม่พอดีของ “ค้างคาวไฟ”

By on January 26, 2020 0 2086 Views

DST.special report : ที่ผ่านมา 2 ฤดูกาลหลังสุด แฟนบอล “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ล้วนต้องเชียร์ทีมรักด้วยความระทึกอยู่ร่ำไป หลังทีมดังเมืองเก่านั้นเจียนไปเจียนอยู่มาตลอดทั้ง 2 ปี

อย่างในฤดูกาล 2018/2019 พวกเขายังคงทรงๆอยู่ครึ่งล่างของตาราง มีหลุดบ้าง บางช่วงจนทำให้ไหลไปอยู่ที่โซนตกชั้น แต่ก็สามารถแก้ตัวได้จนเมื่อจบฤดูกาล พวกเขาอยู่ที่ 11 ของตาราง

ฤดูกาลดังกล่าวสุโขทัย เอฟซี ภายใต้มันสมองของ “เฉลิมพล สง่าวุฒิ” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “ขงเบ๊ – ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก” เกมการเล่นที่ถูกปรับเปลี่ยน และพลังของสามประสานของพวกเขา “บาจโจ้-โบนีญ่า-เอ็นจีว่า” พร้อมทำลายแนวรับคู่แข่งแบบย่อยยับ หากสมาธิหลุด หรือมีความเร็วไม่มากพอ

โดยฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ เนลสัน โบนีญ่า กับค้างคาวไฟ โดยเจ้าตัวกดไปทั้งสิ้น 25 ประตู เป็นดาวซัลโวอันดับ 3 ก่อนจะได้โอกาสไปย้ายไปจอยกับ แข้งเทพ-ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ขณะที่ เอ็นจีว่า ทำไป 10 ประตู และบาจโจ้อีก 9 แต่ กัปตันทีมชาวมาดากัสการ์ขวัญใจแฟนบอลนั้นแม้จะไม่ติดอันดับดาวซัลโว

แต่ก็ช่วงทั้งยิงทั้งจ่าย และป่วนเกมรับของ และเป็นการยืนยันต่อหน้าแฟนบอลทุกคนว่า หัวใจของค้างคาวไฟที่แท้จริงหาใช่ใครอื่น แต่คือปีกร่างเล็กคนนี้

แม้จะจบด้วยอันดับ 11 ของตาราง แต่พวกเขาทำประตูรวมถึง 53 ประตู มากเป็นอันดับ 6 มากกว่าว่าที่แชมป์ในฤดูกาลถัดมาอย่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ

แม้จะมีเกมรุกเป็นจุดขาย แต่ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือ เกมรับ ที่ยุ่ยเป็น “ทิชชู่เปียก”

เมื่อพวกเขาเสียมากถึง 63 ประตู มากเป็นอันดับ 4 ของลีก ไม่รู้ว่าการเล่นแบบนี้เป็นไปตามปรัชญา เซ็กซี่ ฟุตบอลของ รุด กุลลิท หรือไม่

แต่ที่แน่ๆ หลายๆนัดที่แฟนบอลเข้าไปชมเกม แม้จะจบลงด้วยชัยชนะ แต่ก็ต้องลุ้นกับแบบฉี่เหนียวเลยทีเดียว เพราะแนวรับก็พร้อมจะเสียประตูได้ตลอดเวลาเช่นกัน

ฤดูกาลถัดมา พวกเขายกเครื่องแนวรุกใหม่ เมื่อปลายทั้งโบนีญ่า และ เอ็นจีว่า ออกไป ก่อนนำเข้า “เปตา ออร์ลันดิก” ดาวยิงเลือดเซิร์บมาแทนที่ พร้อมกับการเข้ามาของ “ลูโบเมียร์ รีตอฟสกี้” โค้ชที่ย้ายมาจากราชนาวี เอฟซี ทีมที่เสียประตูมากที่สุดเมื่อปีก่อนหน้า

ก่อนที่ เปตา จะทำให้แฟนๆร้องเพลง “คิดถึง” อดีตกองหน้าอย่างโบนีญ่า อย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าตัวทำได้เพียง 2 ประตู ในครึ่งฤดูกาลแรก โดยหนึ่งในนั้นมาจากลูกจุดโทษ ก่อนจะไม่ได้ไปต่อกับทีม

นอกจากนี้ในฤดูกาลดังกล่าวแฟนบอลเองได้เห็นทีมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อพวกเขายกเครื่องแนวรับใหม่เกือบทั้งหมด โดยปล่อยกัปตันทีม อย่าง ยุทธพงษ์ ศรีละคร ไปให้ศรีสะเกษ เอฟซี พร้อมให้ “ยานโต บาสนา” เซนเตอร์อินโดฯ ยืนเป็นแกนหลักในแนวรับ

เกมรับของพวกเขาดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เมื่อเสียเฉลี่ยนัดละ 1.2 ลูก แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือประสิทธิภาพในแนวรุกที่หดหายไปแบบหนังคนละม้วน

ทั้งฤดูกาลพวกเขายิงได้เพียง 37 นัด เสีย 37 ลูก ชนะ 6 เสมอ 16 แพ้ 8 สถาปนาตัวเองเป็นทีมหนังเหนียงเต็มตัว

แต่ไอ้โครงการก้าวทีละแต้มนั้นดันมาพ่นพิษช่วงท้ายฤดุกาล เมื่อพวกเขาเกือบจะร่วงตกชั้นแต่ยังดีที่ได้ บารมีของ “ขงเบ๊” เข้ามากอบกู้ไว้ในช่วงท้ายฤดูกาล

ก่อนจะตัดสินใจยกเครื่องทีมอีกครั้ง เมื่อนำโค้ชมากฝีมืออย่าง “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ มาคุมทีม หลังโชว์ฝีมือพา “สมุทรปราการ ซิตี้” เกาะกลุ่มหัวตารางตอนช่วงต้นฤดูกาล

“อิบสัน เมโล” กับ “เอวานโดร เปาลิสต้า” คือ สองชื่อในแนวรุกที่ทำให้แฟนๆลุ้นอย่างให้เปิดฤดูกาลโดยเร็ว โดยเฉพาะรายของ อิบสัน ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในปีที่ผ่านมาหลังย้ายมาเล่นในไทยเป็นปีแรกด้วยผลงาน 15 ประตู

ก็ต้องร่วมลุ้นกันต่อไปว่าในฤดูกาลหน้า “ค้างคาวไฟ” ตัวนี้จะมีโฉมหน้าแบบไหน ออกมา แต่สิ่งที่แฟนบอลอยากได้ แน่นอนที่สุดคือขอให้ทีมได้ลุ้นอันดับเลขตัวเดียวกับเขาบ้าง

และที่สำคัญ ที่ต้องการจะเห็นจากการปรับเปลี่ยน โฉมค้างคาวไฟ ที่ลงมาโฉบเหยื่อ คือ “ความพอดี” จะเกิดขึ้น จากที่ก่อนหน้านั้น “ความลงตัว”ในทีมเรายังหาได้ยาก.

_____________

ขอบคุณภาพ สโมสรสุโขทัย เอฟซี
By ใบไม้ห้าแฉก

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *