• Home
  • Exclusive
  • ย้อนวันวาน กับ “โจเซ่ คาร์ลอส” นักเตะบราซิลผู้เปิดตลาดไทย เป็นรายแรก

ย้อนวันวาน กับ “โจเซ่ คาร์ลอส” นักเตะบราซิลผู้เปิดตลาดไทย เป็นรายแรก

By on October 28, 2019 0 500 Views

DST.News : เคลตัน ซิลวา,เฮเบอร์ตี้,ดิโอโก หลุยส์ ซานโต,วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ หรือ เนย์ ฟาเบียโน่ นักเตะบราซิลเลี่ยนเหล่านี้ถูกยกย่องอย่างสูงจากแฟนบอลไทย แต่ย้ายมาเล่นในไทยลีก

บางคนขึ้นชั้นเป็นตำนานนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล เท่าที่ไทยลีกเคยมี บางคนยังไม่ทันขึ้นหิ้งตำนาน ก็โดนทีมดังจากต่างแดนฉกตัวไปซะก่อน

แต่จำกันได้หรือไม่ว่า “นักเตะบราซิล” คนแรกที่ได้รับรางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม และได้รับการซูฮกจากแฟนบอลไทยว่า เป็นคนนำสไตล์การเล่นแบบบราซิลเลี่ยนขนานแท้มาร่ายมนต์ให้แฟนบอลไทยอ้าปากค้างเป็นคนแรกเป็นใคร?

บรรดาแฟนบอลไทยรุ่นเก๋า คงจะจำฤดูกาลมหัศจรรย์ในปี 2548 ของสโมสร “พนักงงานยาสูบ” ได้เป็นอย่างดี ณ ตอนนั้น ฟุตบอลลีกไทย นั้นแตกต่างกับวันนี้ราวฟ้ากับเหว ทั้งเรื่องความเป็นมืออาชีพ ระบบการบริหารจัดการ จำนวนผู้ชม ค่าเหนื่อยนักเตะ ความนิยมต่างๆนาๆ ไม่สามารถเทียบยได้เลยกับปัจจุบัน

ฤดูกาลนั้น “พนักงงานยาสูบ” เพิ่งจะได้เลื่อนขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดเป็นปีแรกเท่านั้น แต่พวกเขาก็สร้างเทพนิยายโดยการคว้าแชมป์ทันที ภายใต้มันสมองของ “โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส”

พร้อมการรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไทยลีก ซึ่งเป็นปีแรกที่ผู้ได้รับรางวัลเป็นนักเตะต่างชาติ ในแนวรุกของพวกเขาที่ชื่อว่า “โจเซ่ คาร์ลอส ดา ซิลวา” ที่ตอนนั้นสโมสรได้รับอานิสงฆ์จากความร่วมมือกับ สโมสร “เซา เปาโล” ยักษ์ใหญ่จากแดนกาแฟ

แม้ภายหลังเจ้าตัวจะถูกแบนจากวงการฟุตบอลไทยตลอดชีวิตจากการใช้ความรุนแรงกับกรรมการ ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยของแฟนบอลไทยหลายคนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

แต่จนถึงตอนนี้แฟนบอลยังคงไม่ลืม “โจเซ่ คาร์ลอส ดา ซิลวา” อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน เจ้าตัวกลับไปใช้อยู่ที่บราซิล แต่ก็ยังฝากความคิดถึงมายังแฟนบอลไทย ผ่านบทสัมภาษณ์กับ DailySoccerThailand

“สวัสดีครับแฟนบอลไทยทุกคน ผมหวังว่าพวกคุณยังคงจำผมได้ ผมมีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากตอนที่ยังงเล่นฟุตบอลในประเทศไทย และรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในฐานะนักเตะต่างชาติคนแรกในฤดูกาล 2005 กับพนักงานยาสูบ ยอมรับนะครับว่าตอนนั้นผมไม่ได้มองถึงรางวัลส่วนตัว ผมแค่โฟกัสผลงานในสนามโดยมองถึงชัยชนะนัดต่อนัด เท่านั้น ตอนนั้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆของสโมสร ต่างกับทุกวันนี้มาก พวกเราทุกคนพยายามทำเท่าที่ทำได้และมันยอดเยี่ยมมากๆ ที่เราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ”

ปี 2005 ถูกขนานามว่า เป็น ยุคขาลงของทีมชาติไทย เพราะนักเตะทีมชาติไทยชื่อดังหลายคนยังเล่นอยู่ในลีกสูงสุด แน่นอนว่า โจเซ่ เองก็ได้มีโอกาสปะทะฝีเท้ากับหลายคนในยุคนั้น โดยเจ้าตัวระบุถึงฝีเท้าของนักเตะไทยในตอนนั้นว่า

“ผมมองว่านักเตะไทยมีศักยภาพสูงอยู่แล้ว ในแง่ของเทคนิคส่วนตัว แทบจะไม่ต่างกันเลยกับสมัยนี้นะครับ จากที่ผมได้ติดตามดูไทยลีกบ้าง แต่สิ่งที่ต่างไปอย่างชัดเจนคือ เรื่อง วิทยาศาสตร์การกีฬา การควบคุมโภชนาการ และเรื่องความเป็นมืออาชีพ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยขยายศักยภาพของนักเตะไทยได้อีก แต่ในส่วนของเทคนิคหรือพรสวรรค์ที่มีมาแต่แรกนั้น ไม่ต่างกันครับ”

แล้วใครละ คือนักเตะไทยที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เขาเคยปะทะด้วย?

“หากใครมาถามผมคำถามนี้นับแต่ผมได้มาเล่นในประเทศไทย ผมไม่เคยลังเลที่จะตอบชื่ออื่นเลยนอกจาก “เทิดศักด์ ใจมั่น” เท่านั้น แม้เขาจะไม่ได้เปรียบเรื่องสรีระ แต่นี่ละครับคือกองกลางที่ผมคิดว่าเด็กไทยควรดูเป็นตัวอย่าง เขาใช้มันสมองเล่นฟุตบอล รู้ว่าจังหวะไหนควรจะทำอะไรเพื่อให้ทีมเกิดประโยชน์สูงสุด การเล่นลูกเซตพีซ และความเป็นมืออาชีพ สำหรับผมแล้วเขาเป็นหนึ่งในกองกลางไทย ทีมสมบูรณ์แบบมากที่สุด และที่สำคัญผมสามารถเรียกเขาว่า “เพื่อน” ได้อย่างเต็มปากอีกด้วยครับ”

เมื่อเราอยากรู้ เคล็ดลับ การเตรียมตัวก่อนแข่ง .​โจเซ่ ยินดีให้เคล็ดลับฉบับมืออาชีพ ว่า

“ผมไม่รู้นะครับว่าสภาพการซ้อมละชีวิตนอกสนามของนักฟุตบอลทีมอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับพนักงานยาสูบ แล้วพยายามทุกวิถีทาง เพื่อทำให้การเตรียมพร้อมก่อนแข่งออกมาดีที่สุด โค้ชบอร์จีส เองช่วยควบคุมดูแลในหลายๆด้าน อย่างเรื่องสภาพของสนามซ้อม มีการควบคุมโภชนาการบ้างแล้วในตอนนั้น แม้หลายอย่างจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก แต่เราก็ทำเท่าที่จะทำได้ ผมบอกได้เลยว่า นักฟุตบอลในไทยลีกสมัยนี้โชคดีมากครับ ที่มีอุปกรณ์การซ้อมทุกอย่างที่เอื้ออย่างเต็มที่ ทุกอย่างเทียบกันไม่ได้เลยกับสมัยที่ผมเล่น แน่นอนว่าเมื่อคุณมีความพร้อม ความเป็นมืออาชีพต่างๆก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน”

กับภาพจำของ ประเทศไทย ในสายตา โจเซ่ เขายังระลึกถึงเสมอ เพราะ เขายกให้เป็นช่วงเวลาดีๆ ของชีวิต

“ผมขอบคุณพระเจ้าเสมอเมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผมมีโอกาสค้าแข้งในประเทศไทย แม้ผมจะไม่ต้องใช้เวลาการปรับตัวมากนัก แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเรียนรู้จากคนไทย ทั้งในเรื่อง ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความสนุกสนาน มารยาททางสังคม การให้เกียรติกันและกัน เรียนรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ ชอบหรือไม่ชอบการกระทำแบบไหน เรื่องเหล่านี้ผมเรียนรู้จากเพื่อนักฟุตบอลพนักงงานยาสูบ ช่วงที่ผมมาเล่นในประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในช่วงที่ชีวิตผมมีความสุขมากที่สุดช่วงหนึ่งเลยละครับ ”

“ขอบคุณแฟนบอลไทยทุกคนมากนะครับที่ยังไม่ลืมกัน ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรเลย อขบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราได้เจอกัน ผมรักประเทศไทยมากครับ” โจเซ่ ทิ้งท้าย.

____________

ขอบคุณภาพ FB โจเซ่
By ใบไม้ห้าแฉก

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *