• Home
  • News
  • “ยิ้ม” ได้ เมื่อ “ภัย” มา เปิดผลงาน “ขงเบ๊”

“ยิ้ม” ได้ เมื่อ “ภัย” มา เปิดผลงาน “ขงเบ๊”

By on August 6, 2019 0 1248 Views

DST.News Report : อย่างน้อยก็ทำให้แฟนบอล “ค้างคาวไฟ” เป่าปากได้ระดับนึงสำหรับการเข้ามาของ “ขงเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือที่คนในสโมสรคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

เพราะเคยพา “ค้างคาวไฟ” รอดตกชั้นมาแล้วในปี 2017 ด้วยผลงาน ชนะ 7 เสมอ 12 แพ้ 9 จากจากอันดับ 16 ตอนเข้ามาคุมทีม ซึ่งเป็นอันดับที่มีโอกาสตกชั้น ก่อนพาทีมจบอันดับ 15 แบบจมูกพ้นน้ำเพียงนิดเดียว แต่ก็เป็นไปตามเป้าหมายนั่นคือ “ไม่ตกชั้น”

แม้ช่วงต้นฤดูกาล “โค้ชเบ๊” จะทำผลงานได้ไม่ไปตามเป้าหมาย กับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อเจ้าตัวให้เวลาตัวเองเพียง 5 นัด กับผลงาน ชนะ 2 เสมอ 3

แน่นอนว่า ผลงานแบบนี้ไม่ดีพอกับหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ ก่อนจะแสดงสปิริต ลาออกไป เปิดทางให้ โค้ชคนใหม่เข้ามาคุมทีม

ขอบคุณภาพ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด

แต่ต้องอย่าลืมว่า “กิเลนผยอง” ต้นฤดูกาล เปลี่ยนแปลงมาก โดยเฉพาะตัวผู้เล่น แผงหลัง ที่ต้องจูนกันใหม่เกือบจะทั้งหมด ตั้งแต่ผู้รักษาประตู ไปจนถึง แบ็คทั้ง 2 ข้าง ส่งผลให้ผลงานไม่เป็นไปตามที่หวัง

อย่างไรก็ตาม หากว่ากันถึงงานถนัดของเจ้าตัวอย่างการ “หนีตกชั้น” บรรดาแฟนบอลของอดีตต้นสังกัดของ “โค้ชเบ๊” ต่างยกนิ้วให้กับผลงานมานเตอร์พีซ

เริ่มจาก ปี 2015 กับ สระบุรี เอฟซี ที่ฟอร์มไม่เอาอ่าวแบบสุดๆ ในช่วงแรก ก่อนที่ 22 นัดที่เหลือ เจ้าตัวพาทีม ชนะ 8 เสมอ 7 แพ้อีก 7 เก็บ 31 แต้ม จากอันดับ 18 โดดดึ๋งไปอยู่ที่ 14 แบบสวยๆ

ต่อด้วย “ซูเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ” เมื่อเจ้าตัวเข้ามาในช่วง 23 นัดที่เหลือของฤดูกาล ก่อนฝากผลงาน ชนะ 7 เสมอ 5 แพ้ 11 เก็บ 26 แต้ม จากอันดับ 16 พ้นน้ำไปอยู่อันดับ 15 รอดตกชั้นแบบหวุดหวิดอีกครั้ง แต่ก็เป็นอย่างที่หวังกันไว้ตั้งแต่แรก “ไม่ตกชั้น” ถือว่าประสบความสำเร็จ

ขอบคุณภาพ สโมสรซูเปอร์พาวเวอร์สมุทรปราการ

ก่อนที่ฤดูกาลถัดมา “ซูเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ” จะออกลาย หลัง หมดยุค “โค้ชเบ๊” เมื่อใช้เวลาถึง 386 วัน กว่าจะเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง และเป็นชัยชนะนัดเดียวตลอดฤดูกาลเหนือ ราชนาวี เอฟซี 3-2 เปลี่ยนโค้ช 4 คน เฉลิมวุฒิ สง่าพล, ศรานุวัฒน์ นุศาสตร์สังข์ (ชั่วคราว), เจสัน วิธ จนถึง อภิสิทธิ ไข่แก้ว ก่อนจะจบฤดูกาล ด้วยผลงาน 6 คะแนนถ้วน พร้อมจารึกเป็นทีมที่เสียประตูเยอะที่สุดตลอดในไทยลีก เมื่อโดนกระทุ้งไปถึง 128 ประตู

ก่อนที่ในปี 2017 จะทำได้อีกครั้งกับ “ค้างคาวไฟ” ต่อมา ในฤดูกาล 2018 กับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ในช่วง 14 นัดที่เหลือ หลังทีมมีผลงานไม่สมกับเป็นหนึ่งในทีมใหญ่ของลีก ซึ่ง “โค้ชเบ๊” เอง ฝากผลงาน ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 5 พาทีมจบอันดับ 10 ของตาราง ก่อนจะออกจากตำแหน่ง สืบเนื่องจากดราม่า “เปลี่ยนตัว” ในเกมสุดท้ายที่มีชะตาชีวิตของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซีเป็นเดิมพัน

หากนับเฉพาะงานถนัดเพียงอย่างเดียว ก็ถือได้ว่าเจ้าตัวทำผลงานได้ตามที่เป้าหมายที่หวังไว้ทั้งหมดตลอด 3 ฤดูกาลตั้งแต่ ปี 2015-2017 และคงทำให้แฟนบอลค้างคาวไฟ โล่งใจในระดับนึง

พร้อมมอบคติประจำใจเฉพาะกาลไว้ว่า “เชื่อเบ๊ แล้วคุณจะยิ้มได้เมื่อภัยมา”

________________

By ใบไม้ห้าแฉก

ติดตามช่องทางข่าวสาร-เสนอแนะ ติชม และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับเราได้ที่…​
Fb : www.facebook.com/dailysoccerthailand
Twitter : dailysoccer2017
IG : dailysoccerthailand
Line : @dailysoccerth
Website : http://dailysoccer.in.th

  News
Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *