• Home
  • Exclusive
  • ผมจะพา “สุโขทัย เอฟซี” ผงาดไทยลีก2019

ผมจะพา “สุโขทัย เอฟซี” ผงาดไทยลีก2019

By on January 14, 2019 0 2709 Views

DST.Exclusive : เป็นอีกปีที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ก่อนไทยลีก 2019 จะระเบิดศึกในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ กับ ทีมค้างคาวไฟ – สุโขทัย เอฟซี

ตั้งแต่การเปลี่ยนตัวกุนซือชาวไทย ไปเป็น กุนซือต่างชาติ คนแรก “ลูโบเมียร์ รีสตอฟกี้” ชาวเซอร์เบียร์ ในปีที่4ของการทำทีมฟุตบอลอาชีพระดับสูงสุดของประเทศ

นอกจากนั้นในฤดูกาล 2019 ทีมเสริมศักภาพนักเตะ ผ่านตัวผู้เล่นที่ คุณภาพคับแก้ว

แน่นอนว่า เพื่อเป้าหมาย แห่งเกม ที่ไม่ใช่แค่ “หนีตกชั้น” เท่านั้น ดังนั้นจุดเน้นสำคัญของ “ค้างคาวไฟ” ในฤดูกาล 2019 จะทำให้ทุกสนามแข่งขัน ลุกเป็นไฟ แน่นอน

วันนี้DailySoccerThailand จะพาแฟนๆ ไปทำความรู้จัก ผู้เล่นในตำแหน่งบัญชาเกม อย่างตำแหน่งกองกลาง ที่ปีนี้ ได้ขุนพลร่วมรบ อย่าง “สนุ๊ก – ณัฐวุฒิ เจริญบุตร”  ดีกรีผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี เมื่อเขายังค้าแข้งในสังกัด “สตูล เอฟซี”

กับการครองตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยม  “สนุ๊ก” บอกกับเราว่า เป็นผลพลอยได้จากการทุ่มเท และใส่ใจในรายละเอียดเกมแข่งขัน ตลอด 5 ปีที่เริ่มต้นสู่เส้นทางอาชีพ

จากเด็กบ้านนอก ในจังหวัดยโสธร ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนเพื่อ “เล่นบอลกับกลุ่มเพื่อน” ในตำแหน่งกองกลาง  และฝึกซ้อมจริงจัง เมื่อเข้าสู่วัยมัธยม ผ่านโค้ชที่เป็นครูพละประจำโรงเรียน ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงคุณสมบัติ ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางที่ดี

เพราะตำแหน่งนี้ คือ หัวใจของการบัญชาการเกมแข่งขัน ทั้งจ่าย และหาลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์เกมไปสู่เป้าหมาย

ขณะที่จุดเปลี่ยนของเป้าหมายวัยเด็ก  สู่  “อาชีพนักเตะ” คือ ได้เห็นแบบอย่างจากรุ่นพี่ในโรงเรียน ที่เล่นให้กับทีมในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ช่วงนั้นมีลีกดิวิชั่นสอง รองรับ

ตอนมัธยม ผมต้องเข้ามาเรียนในเมืองอุบลราชธานี ที่มีลีกอาชีพเล่นแล้ว ผมเห็นรุ่นพี่ได้เป็นตัวของสโมสร เป็นอาชีพ มีรายได้ ผมคิดว่านี่คือ ฟุตบอล ที่ผมจะก้าวไปให้ถึง”

แต่กว่าจะเริ่มต้น “ฟุตบอลอาชีพ”  ก็ปาเข้าไปจนถึงช่วงที่เขา เข้าเรียนระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ที่เล่นทั้งฟุตบอลแบบเล่นๆ และเล่นให้กับ ตัวมหาวิทยาลัย

แม้ลีกมหาวิทยาลัยจะยังไม่ถึงขั้นสร้างโอกาส แต่ด้วยที่มีเพื่อนดี เป็นใบเบิกทาง ในวันที่เขาเรียนจบ จึงถูกชวนให้ไปคัดตัวนักเตะ ที่ จ.กระบี่ ในนามสโมสรกระบี่ เอฟซี

ผมเข้าสู่อาชีพฟุตบอลเมื่อตอนอายุ 22 ปี ถือว่าช้ามาก เมื่อเทียบกับนักเตะที่เข้าสู่เส้นทางอาชีพ และประสบความสำเร็จ แต่ถึงแม้จะช้า แต่ผมไม่คิดว่าเวลาที่ผ่านมาคือการเสียเวลา เพราะผมเล่นบอลมาตลอดอยู่แล้ว ถึงจะเรียนไปด้วย เล่นบอลไปด้วย แต่จุดนั้นทำให้ผมฝึกความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัว ที่อยากเห็นลูกชายมีใบปริญญารองรับการทำงาน และไม่เคยห่างวิถีของฟุตบอล”

แต่ครั้งที่รับเลือกให้เข้าไปอยู่กับทีมกระบี่เอฟซี แน่นอนว่า ตอนแรก ที่บ้านไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้ลูกชายของบ้าน มีอาชีพที่มั่นคง รับราชการ แต่ด้วยความมุ่งมั่นในสิ่งที่รักมาตั้งแต่เด็ก สุดท้าย ครอบครัวต้องตามใจ และลองให้ลูกผู้ชายไปพิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง

และเมื่อเข้าสู่ ทีมอาชีพแล้ว ต้องเจอความท้าทายอีกรอบ เพราะความเป็นเด็กใหม่ ทำให้ถูกลองของไม่น้อย แถมยัง โดนดูถูกจากเพื่อนร่วมทีมว่า เป็นไอ้อ่อนประสบการณ์ ไม่เคยผ่านลีกอาชีพ จึงไม่เชื่อในฝีเท้าว่า หากได้รับโอกาสแล้ว จะทำหน้าที่นั้นได้ดี

ผมใช้เวลาพอสมควรที่จะให้เพื่อนร่วมทีมยอมรับ แม้ทีมกระบี่ เอฟซี สโมสรแรก จะไม่ให้ความไว้วางใจผม ส่งผมเล่นเป็นตัวจริง แต่ผมว่านี่คือบททดสอบของชีวิต ว่า ผมจะมุ่งมัน และเอาดีบนสายทางเส้นนี้หรือไม่ แต่จุดเปลี่ยนของผมเกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน หลังจากที่ต้นสังกัด ปล่อยผมให้ไปเล่นกับทีมสตูล เอฟซี ผ่านสัญญายืมตัวครึ่งฤดูกาล”

กับผลงานเลค2 ที่ได้ไปช่วยทีมสตูล ทีมระดับล่างกว่า กระบี่ เอฟซี เพื่อหาประสบการณ์ และเขาพิสูจน์ตัวเองจนได้รับโอกาสลงเล่น เป็นตัวจริงทุกนัด และความทุ่มเท พร้อมกับความตั้งใจพิสูจน์ตัวตน ทำให้เขาคือ ฟันเฟืองสำคัญ ที่พา “สตูล เอฟซี” เป็นแชมป์ภาคใต้ และ เข้าสู่รอบแชมป์เปี้ยน ลีก  พ่วงมากับได้รับรางวัลการันตีฝีเท้า “นักเตะยอดเยี่ยมของดิวิชั่นสองของประเทศ”

และเมื่อหมดสัญญายืมตัว เขาคืนสู่ต้นสังกัดเดิม”กระบี่ เอฟซี” อีกครั้ง พร้อมกับได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม ที่ยกนิ้วให้ว่า เป็น “นักเตะที่มีดีพอจะพาทีมขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของลีก”

และจากผลงานอันยอดเยี่ยมนั้น ชื่อของ “ณัฐวุฒิ เจริญบุตร” เป็นที่หมายปองของทีมชื่อดังระดับไทยลีก แต่ด้วย “กระบี่ เอฟซี”  ยังเห็นคุณค่ากับทีม ดีลของทีมอื่นจึงจบไม่ลง

กับจุดแข็งที่เขามี คือ ความขยัน ความแม่นยำเรื่องการจ่ายบอล และ ลูกยิงระยะไกลที่เชื่อฝีเท้าได้

แต่กว่าจะสร้างจุดแข็งที่ว่าได้ “สนุ๊ก” ต้องฝึกฝกอย่างหนัก แม้บางเกมจะมีพลาดพลั้ง แต่ทุกครั้งคือ บทเรียนที่เขาจำ และนำไปปรับเพื่อเพิ่มมาตรฐานการเล่น

สำหรับวิถีฟุตบอลกับ ถิ่นใต้ ที่ได้เชื่อว่า คลั่งฟุตบอลพอๆ กับคลั่งการเมือง หลังกลับสังกัด  กระบี่ เอฟซี เป็นเวลา 1 ปี ชื่อของทีมยังอยู่เป็นทีมระดับกลางตาราง และเพื่อก้าวที่พัฒนา “สนุ๊ก” จึงต้องหาทางบอลใหม่ และ “อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด” เป็นทีมที่สนใจเขาและตอบรับให้เข้าร่วมทีม  เมื่อฤดูกาล 2018 ก่อนจะย้ายสังกัดอีกครั้งในปี 2019 เพื่อเป็นเด็กในสังกัด ค้างคาวไฟ – สุโขทัย เอฟซี

เหตุผลสำคัญที่ผมเลือกสุโขทัย เอฟซี เพราะต้องการพัฒนาตัวเอง เพราะทีมนี้มีความท้ายทายใหม่ๆ ให้ผมพิสูจน์ตัวเองว่า นักฟุตบอลที่เริ่มเล่นบอลระดับอาชีพในวัย 22 ปี และตอนนี้ค้าแข้งระดับอาชีพเกือบ 6 ปี จะมีดีแค่ไหน และไปสุดแค่ไหนบนเส้นทางอาชีพ”

กับเป้าหมายที่เขาสัญญาว่าจะทำให้ “สุโขทัย เอฟซี” โดยส่วนตัว คือ ทำทุกเกมที่ได้รับโอกาสให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวจริง หรือ ตัวสำรอง แต่ผลงานที่ทรงคุณค่า วัดกันในเกมแข่งขันในสนามอย่างเดียว ดังนั้นโอกาสที่เขาได้รับ คือ บทพิสูจน์สำหรับตัวเขา กับความไว้วางใจที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมทีม

ขณะที่แรงกดดันที่สุดในชีวิตค้าแข้ง “มิดฟิลด์ วัย 27 ปี” บอกว่า คือ จุดที่ต้องพิสูจน์ตัวตน เพื่อให้เพื่อนร่วมทีม รวมถึงโค้ช ไว้วางใจ  และเมื่อลงสู่สนามแล้ว ต้องตอบแทนทุกความคาดหวังให้ดี แบบไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง

ผมขอฝากตัวกับแฟนคลับสุโขทัย เอฟซี และรับปากว่าจะทำหน้าที่ของผมให้สมบูรณ์แบบให้ได้ แต่การทำผลงานของทีมนั้นคงจะไปถึงจุดสุดยอดไม่ได้ หากปราศจากเสียงเชียร์และแรงใจจากแฟนฟุตบอล ดังนั้นผมให้แฟนบอลมอบเสียงเชียร์ และกำลังใจให้นักเตะของสุโขทัย เอฟซีด้วย ที่ผ่านมาพวกเราซ้อมกันหนักมาก เพื่อเป้าหมายของทีม และความสุขของแฟนบอลสุโขทัย เอฟซี”

ผมจะทำหน้าที่หวังว่าจะดีตั้งแต่ต้นจบฤดูกาลนี้ให้ได้”

และกับอีกความคาดหวังบนเส้นทางสายอาชีพ ของ “ณัฐวุฒิ เจริญบุตร” ในฤดูกาล 2019 นี้ คือ ทำหน้าที่ทุกๆ นาทีให้ดี เพื่อพาทีมค้างคาวไฟ ผงาดในไทยลีก และไม่ใช่เพื่อเกมแข่งขันที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอีกต่อไป.


ขอบคุณ สโมสรสุโขทัย เอฟซี

By BlackSugar

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *